สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

รถสตาร์ทไม่ติด ไฟหน้าปัดโชว์? 5 สาเหตุที่พบบ่อย พร้อมวิธีแก้ไข

หลายคนคงเคยเจอปัญหา อยู่ดีๆ รถสตาร์ทไม่ติด แต่ไฟหน้าปัดยังโชว์อยู่ แล้วก็ได้แต่งงว่า เอ๊ะ รถเราเป็นอะไรไป มันเสียตรงไหน ถ้ารถเสียแล้วทำไมไฟหน้าปัดยังโชว์อยู่ บางทีมันก็เป็นปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่เราแก้เองได้ง่ายๆ ถ้ารู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไรเราก็จะรับมือได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลารอช่าง หรือเสียเงินซ่อมโดยไม่จำเป็นด้วย มาดูกันว่า 5 สาเหตุที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง พร้อมวิธีแก้ไขที่จะช่วยให้เรากลับมาสตาร์ทรถได้ ครั้งหน้าจะได้ไม่ต้องปวดหัวกับปัญหานี้อีก

1. แบตเตอรี่หมดสภาพ หรือเสื่อมสภาพ

แบตเตอรี่เป็นหัวใจสำคัญในการสตาร์ทรถ ถ้าแบตเตอรี่หมด หรือเสื่อมสภาพ รถของเราก็จะสตาร์ทไม่ติด ถึงแม้ว่าไฟหน้าปัดจะยังโชว์อยู่ก็ตาม แต่ที่เรายังเห็นไฟหน้าปัดอยู่นั้น ก็เพราะว่าไฟหน้าปัดมันใช้พลังงานน้อยกว่ามอเตอร์สตาร์ทนั่นเอง

วิธีเช็คง่ายๆ ว่าแบตเตอรี่เราเสื่อมไหม หมดสภาพหรือเปล่า แค่ลองเปิดไฟหน้าดู ถ้าเปิดแล้วไฟหรี่ๆ หรือไม่ติดเลย แสดงว่าแบตเตอรี่อาจจะมีปัญหา วิธีแก้ก็คือ พ่วงแบตเตอรี่กับรถคันอื่นเพื่อสตาร์ทก่อน แล้วนำรถไปตรวจสอบหรือเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที อย่าลืมเช็คด้วยว่าแบตเตอรี่มีรอยร้าว หรือขั้วแบตเตอรี่มีคราบขี้เกลือหรือเปล่า ถ้ามีก็ทำความสะอาดให้เรียบร้อย

2. ขั้วแบตเตอรี่หลวม

บางทีปัญหาอาจจะไม่ได้มาจากตัวแบตเตอรี่เอง แต่เป็นขั้วต่อที่หลวม ทำให้กระแสไฟไม่สามารถไหลได้ถูกต้อง ส่งผลให้รถสตาร์ทไม่ติด ซึ่งเป็นเรื่องที่พบเจอได้เป็นประจำ วิธีแก้ไขคือให้ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ของเรา หากพบว่าหลวม ให้ขันให้แน่น หรือหากมีคราบสกปรกให้ทำความสะอาดเพื่อให้กระแสไฟไหลเวียนได้ดีขึ้น โดยใช้แปรงสีฟันเก่าๆ กับน้ำยาล้างขั้วแบตเตอรี่ เมื่อทำความสะอาดแล้วก็เช็ดให้แห้ง แล้วค่อยขันขั้วแบตเตอรี่ให้แน่นอีกที

3. ไดชาร์จเสีย

ไดชาร์จมีหน้าที่ชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ตอนที่เครื่องยนต์ทำงาน ถ้าไดชาร์จเสีย แบตเตอรี่ก็จะไม่ได้ชาร์จ และหมดพลังงานไปในที่สุด สัญญาณที่บอกว่าไดชาร์จมีปัญหาคือ ไฟเตือนรูปแบตเตอรี่บนหน้าปัดจะโชว์ หรือบางทีไฟหน้าปัดอาจจะหรี่ลงตอนเปิดไฟหน้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถ วิธีแก้ก็คือ เอารถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเช็ค และซ่อมแซมไดชาร์จให้เรียบร้อย อย่าฝืนขับรถต่อถ้าไดชาร์จเสีย เพราะแบตเตอรี่จะหมดเร็วมาก และรถอาจจะดับกลางทางได้

4. มอเตอร์สตาร์ทมีปัญหา

มอเตอร์สตาร์ททำหน้าที่หมุนเครื่องยนต์ตอนที่เราบิดกุญแจ ถ้ามอเตอร์สตาร์ทพัง รถก็จะสตาร์ทไม่ติด ถึงแม้ว่าแบตเตอรี่จะยังดีอยู่ก็ตาม สัญญาณที่บอกคือ ตอนบิดกุญแจจะได้ยินเสียงแก๊กๆ แต่เครื่องยนต์ไม่ติด หรือบางทีอาจจะได้ยินเสียงมอเตอร์หมุน แต่เครื่องยนต์ไม่ติด มอเตอร์สตาร์ทเสียอาจเกิดจากแปรงถ่านหมด หรือขดลวดภายในมอเตอร์เสียหาย วิธีแก้ก็คือ เอารถไปให้ช่างเช็คและซ่อม หรือเปลี่ยนมอเตอร์สตาร์ท 

5. ระบบเชื้อเพลิงมีปัญหา

ถ้าระบบจ่ายเชื้อเพลิงมีปัญหา เช่น ปั๊มเชื้อเพลิงเสีย หรือกรองน้ำมันอุดตัน เครื่องยนต์ก็จะไม่ได้รับเชื้อเพลิงเพียงพอ ทำให้สตาร์ทไม่ติด สัญญาณที่บอกคือ เครื่องยนต์หมุน แต่ไม่ติด หรือบางทีอาจจะได้กลิ่นน้ำมันแรงผิดปกติ วิธีแก้ก็คือ เอารถไปให้ช่างเช็คระบบเชื้อเพลิง และซ่อมแซมตามความจำเป็น ระบบเชื้อเพลิงเป็นระบบที่ซับซ้อน ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบจะดีที่สุด

การที่รถสตาร์ทไม่ติดแต่ไฟหน้าปัดยังโชว์ เกิดได้จากหลายสาเหตุจริงๆ นะ ถ้าเรารู้สาเหตุและวิธีแก้ไขเบื้องต้นก็จะช่วยให้รับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น หรือถ้าแก้ไขเบื้องต้นแล้วรถยังสตาร์ทไม่ติดก็ต้องใช้บริการรถยก รถสไลด์ เพื่อเคลื่อนย้ายรถของเรา Sumo Road Side มีบริการยกรถทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง ถ้าใครไม่อยากเจอปัญหารถดับ สตาร์ทไม่ติด ควรตรวจเช็คสภาพรถเป็นประจำก็สำคัญ เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาแบบนี้ โดนหมั่นสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ เพื่อป้องกันปัญหาก่อนที่รถจะสตาร์ทไม่ติดไปเสียก่อน หวังว่าข้อมูลนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถรับมือกับปัญหาได้อย่างมั่นใจ และทำให้ทุกการเดินทางราบรื่นยิ่งขึ้น ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลรักษารถของเราให้ดี เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของทุกคนนะ