ขับรถเที่ยวไกล ๆ ไม่ว่าจะกลับบ้านช่วงวันหยุด หรือพาครอบครัวไปพักผ่อน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้แผนการเดินทาง ก็คือการตรวจเช็กสภาพรถให้พร้อม เพราะอุบัติเหตุและเหตุขัดข้องส่วนใหญ่มักเกิดจากจุดเล็ก ๆ ที่เรามองข้าม วันนี้เลยอยากแชร์ 7 จุดที่ควรเช็กรถก่อนเดินทางไกล เช็กแบบง่ายๆ ไม่ต้องเป็นช่างก็ทำได้ แต่ช่วยให้การเดินทางปลอดภัยขึ้นเยอะครับ
1. เช็กน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นหัวใจของระบบเครื่องยนต์ หากขาดหรือเสื่อมสภาพ จะทำให้เครื่องยนต์สึกหรอหรือร้อนจัดจนพังได้ วิธีเช็กง่าย ๆ คือ
- จอดรถบนพื้นที่ราบ ดับเครื่องแล้วรอสัก 5 นาที
- ดึงก้านวัดน้ำมันเครื่องขึ้นมาเช็ดให้แห้ง แล้วจุ่มลงไปใหม่
- ดูว่าระดับน้ำมันอยู่ระหว่างขีด L กับ H หรือไม่ ถ้าน้ำมันดำหรือขุ่นมาก ควรเปลี่ยนก่อนเดินทางครับ
2. เช็กน้ำหล่อเย็นหม้อน้ำ

อีกเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือระดับน้ำหล่อเย็น หรือที่หลายคนเรียกว่าน้ำหม้อน้ำ เพราะเครื่องยนต์จะทำงานที่อุณหภูมิสูง หากน้ำไม่พอหรือรั่ว จะทำให้เครื่องร้อนจนดับกลางทางได้
- เปิดฝาหม้อน้ำตอนเครื่องเย็นเท่านั้น และตรวจดูที่ถังพักน้ำด้วยว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม
- ถ้าใกล้จะหมดให้เติมด้วยน้ำกลั่นหรือน้ำหล่อเย็นเฉพาะรุ่น อย่าใช้น้ำประปาแทนครับ
3. เช็กลมยางและดอกยาง

ยางคือจุดที่สัมผัสกับถนนตลอดเวลา การเดินทางไกลที่ต้องเจอทางขรุขระ ความเร็วสูง หรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับลมยางและสภาพดอกยาง
- ดูว่าแรงดันลมยางอยู่ในค่าที่ผู้ผลิตแนะนำ (ปกติจะติดไว้ที่ขอบประตูคนขับ)
- ตรวจดอกยางว่าไม่สึกจนเกินไป ไม่มีรอยแตกหรือบวม
- อย่าลืมเช็กยางอะไหล่ด้วย เพราะเวลาเจอเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะได้ใช้ได้ทันที
4. เช็กระบบเบรก

เบรกคือชีวิตเลยครับ ถ้าเบรกมีเสียงดัง เบรกยาว หรือแป้นเบรกนิ่มผิดปกติ ควรรีบให้ช่างเช็กทันที เพราะระบบเบรกเป็นสิ่งที่เราไม่ควรเสี่ยงแม้แต่นิดเดียว
ก่อนออกเดินทาง ลองเหยียบเบรกเบา ๆ ฟังเสียงและดูระยะเบรก ถ้ารู้สึกไม่มั่นใจแม้แต่นิดเดียว แนะนำให้แวะอู่หรือศูนย์ตรวจเช็กก่อนครับ อย่าคิดว่าเดี๋ยวค่อยทำทีหลัง
5. เช็กแบตเตอรี่และระบบไฟ

แบตเตอรี่เสื่อมเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด และถ้าเกิดขึ้นตอนกลางคืนหรือต่างจังหวัด คงไม่ใช่เรื่องสนุกแน่
วิธีเช็กง่ายที่สุดคือดูอายุของแบต ว่าเกินสองปีหรือยัง หรือสตาร์ทรถแล้วไฟหน้าหรี่ เสียงเครื่องอืด ก็ถือเป็นสัญญาณเตือน ถ้าไม่มั่นใจสามารถแวะให้ร้านแบตช่วยวัดแรงดันไฟได้เลย ไม่เสียเวลาแต่ช่วยเซฟทั้งทริปครับ
6. เช็กน้ำมันเบรก น้ำมันพวงมาลัย น้ำฉีดกระจก

ของเหลวพวกนี้อาจไม่ใช่สิ่งที่หลายคนเช็กบ่อย แต่ก็สำคัญไม่น้อย
- น้ำมันเบรกควรอยู่ในระดับที่เหมาะสม ถ้าต่ำอาจมีปัญหาในการหยุดรถ
- น้ำมันพวงมาลัย ถ้ามีเสียงดังเวลาเลี้ยว อาจมีการรั่ว
- น้ำฉีดกระจก จำเป็นในเวลาขับทางไกลที่มีฝุ่น แมลง หรือคราบน้ำมัน
เช็กก่อนออกเดินทาง จะได้ไม่ต้องกังวลระหว่างขับครับ
7. เช็กอุปกรณ์ฉุกเฉินและเครื่องมือประจำรถ

สุดท้ายนี้คือของที่ไม่ค่อยได้ใช้ แต่ถ้าเกิดเหตุแล้วไม่มี จะลำบากแน่นอน รายการที่ควรมีติดรถเสมอ
- แม่แรง ประแจขันล้อ
- สายพ่วงแบต
- ไฟฉาย
- เสื้อสะท้อนแสง
อย่าลืมเช็กว่าของเหล่านี้ยังอยู่ในรถและใช้งานได้จริง โดยเฉพาะสายพ่วงแบตและแม่แรง
เบอร์ที่ควรบันทึกไว้ก่อนเดินทาง
เพื่อความมั่นใจตลอดเส้นทาง แนะนำให้เซฟเบอร์เหล่านี้ไว้ในมือถือก่อนออกจากบ้าน
- สายด่วนกรมทางหลวง 1586
- ตำรวจทางหลวง 1193
- แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191
- หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน 1669
- รถยก รถสไลด์ฉุกเฉิน Sumo โทร 092 996 8888
- LINE สอบถามรถสไลด์: @sumo.th
ขับรถสบายใจ เริ่มจากความพร้อมของรถ
แค่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทาง ทุกอย่างก็จะราบรื่นขึ้นเยอะครับ เพราะเราไม่มีทางรู้หรอกว่าเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดเมื่อไหร่ แต่ถ้ารถพร้อม ใจพร้อม และมีเบอร์ช่วยเหลือฉุกเฉินอยู่กับตัว ไม่ว่าจะเจอปัญหาไหน ก็มีทางออกเสมอครับ
Sumo รถสไลด์ ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐 เว็บไซต์ https://www.sumoroadside.co.th


