เวลาเจอเหตุการณ์รถเสียกลางทาง รถชน หรือเครื่องดับกะทันหัน สิ่งแรกที่หลายคนทำคือเปิดมือถือหารถยกหรือรถสไลด์มาให้ช่วย เคลื่อนย้ายรถให้พ้นจุดอันตราย แต่คำถามที่มักตามมาคือ ถ้าเรียกบริการพวกนี้แล้วจะสามารถเบิกกับประกันรถยนต์ได้ไหม ควรโทรหาใครก่อน ต้องเก็บหลักฐานอะไรหรือเปล่า แล้วกรณีไหนที่ประกันจะไม่รับผิดชอบ
วันนี้เราจะมาอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า ค่ารถยก รถลาก หรือรถสไลด์ที่คุณจ่ายไป สามารถเบิกประกันได้จริงไหม พร้อมแชร์เทคนิคเล็ก ๆ ที่ควรรู้ก่อนเรียกใช้บริการ จะได้ไม่พลาดหรือเสียเงินฟรีครับ
ประกันรถยนต์คุ้มครองค่ารถยกหรือรถสไลด์หรือไม่
คำตอบคือ คุ้มครองในบางกรณี และต้องดูตามประเภทของประกันที่ทำไว้ โดยทั่วไปแล้วประกันชั้น 1 จะคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินต่าง ๆ ด้วย ส่วนประกันชั้น 2 หรือ 3 ก็อาจมีบริการเสริมที่เพิ่มเข้าไปให้ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท

โดยทั่วไป ประกันภัยที่มีบริการรถยกฟรีจะต้องระบุว่าเป็น “บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน” หรือที่เรียกกันว่า Roadside Assistance ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละเจ้า บางรายให้ฟรี บางรายให้เฉพาะในระยะทางจำกัด หรือบางรายต้องซื้อเพิ่มเป็นแพ็คเกจเสริม
ประเภทของประกันและความคุ้มครอง
ประกันชั้น 1
- ครอบคลุมค่ารถยก รถสไลด์ ในกรณีอุบัติเหตุหรือรถเสียฉุกเฉิน
- บางบริษัทให้บริการ 24 ชั่วโมง และฟรีในระยะทางที่กำหนด
- ต้องโทรผ่าน Call Center หรือแอปของบริษัทประกันก่อนเรียกใช้
ประกันชั้น 2+ หรือ 3+
- คุ้มครองเฉพาะกรณีรถชนกับยานพาหนะ *มีคู่กรณี*
- ถ้ารถเสียเองหรือแบตหมด อาจไม่คุ้มครอง ต้องตรวจสอบเงื่อนไข
ประกันชั้น 2 หรือ 3 (ไม่มีเครื่องหมาย +)
- ส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมรถสไลด์หรือรถยก
- ต้องออกค่าใช้จ่ายเอง
สิ่งที่ควรทำทุกครั้งคือตรวจสอบกับบริษัทประกันหรืออ่านเงื่อนไขในกรมธรรม์ว่ารวมบริการรถยกหรือไม่ ถ้าไม่แน่ใจ โทรถาม Call Center ได้เลยครับ
ขั้นตอนเรียกรถยกแบบที่สามารถเบิกกับประกันได้
การเรียกรถยกให้เบิกได้กับประกันต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้องตั้งแต่แรก เพื่อไม่ให้ประกันปฏิเสธความรับผิดชอบ

- โทรแจ้ง Call Center ของบริษัทประกันก่อนทุกครั้ง
- อธิบายอาการรถเสียหรือสถานการณ์ให้ละเอียด
- ให้ทางบริษัทส่งรถยกหรือรถสไลด์ของเครือข่ายมา
- ถ้าจะใช้รถจากภายนอก ต้องขออนุมัติก่อน พร้อมถ่ายรูปประกอบ
- เก็บใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการชำระค่าบริการไว้ให้ครบ
- ตรวจสอบว่าระยะทางที่เคลื่อนย้ายอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองหรือไม่
หากทำตามขั้นตอนนี้ คุณจะสามารถยื่นเบิกได้สะดวก และลดความเสี่ยงจากการถูกปฏิเสธการเคลมในภายหลัง
กรณีที่ประกันอาจไม่รับผิดชอบค่ารถยก
ถึงแม้หลายคนคิดว่ามีประกันแล้วจะครอบคลุมหมด แต่ในทางปฏิบัติยังมีบางกรณีที่บริษัทประกันอาจไม่รับผิดชอบ เช่น
- ไม่โทรแจ้ง Call Center ก่อนเรียกรถ
- ใช้บริการรถยกหรือรถสไลด์นอกเครือข่ายโดยไม่ขออนุมัติ
- ระยะทางลากรถเกินกว่าที่กรมธรรม์กำหนด
- รถเสียจากการแต่งเครื่อง แต่งช่วงล่าง หรือโหลดเตี้ยผิดกฎหมาย
- ไม่สามารถนำใบเสร็จที่ถูกต้องมายื่นประกอบการเบิก

เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะใช้ประกันเจ้าไหน อย่าเพิ่งเรียกรถเองทันที ควรแจ้งประกันก่อนเสมอ จะช่วยเซฟทั้งเวลาและเงินในกระเป๋าครับ
แล้วถ้าประกันไม่ครอบคลุม ควรทำยังไง
ถ้าคุณไม่มีประกันชั้น 1 หรือไม่ได้ซื้อแพ็คเกจ Roadside Assistance เอาไว้ แล้วรถเสียกลางทางจริง ๆ สิ่งที่ควรทำคือติดต่อผู้ให้บริการรถสไลด์ที่ไว้ใจได้โดยตรง เลือกที่ให้บริการทั่วประเทศ มีทีมพร้อม 24 ชั่วโมง และแจ้งราคาชัดเจนตั้งแต่ต้น ไม่บวกเพิ่มหน้างาน

นอกจากนั้น ถ้าเจอเหตุฉุกเฉินแบบนี้บ่อย แนะนำให้พิจารณาทำประกันที่รวมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน หรือซื้อแพ็กเสริมไว้เลยครับ ค่าบริการแค่หลักร้อยต่อปี แต่ช่วยเซฟหลายพันในวันที่รถมีปัญหา
ก่อนเรียกใช้ ควรเช็กเงื่อนไขประกันให้ชัด หลายคนมารู้ตอนหลังว่าตัวเองไม่สามารถเบิกค่ารถยกได้ ทั้งที่ตั้งใจจะขอเคลมแต่ลืมโทรแจ้งก่อน หรือไม่รู้ว่าเงื่อนไขกรมธรรม์ไม่ได้ครอบคลุมแบบที่เข้าใจ การเช็กให้แน่ใจก่อนเรียกใช้บริการ จะช่วยให้คุณวางแผนรับมือได้ถูก แถมประหยัดได้เยอะ
Sumo รถสไลด์ ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐 เว็บไซต์ https://www.sumoroadside.co.th

