สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง
6 สิ่งที่ต้องรีบทำทันทีเมื่อประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน

6 สิ่งที่ต้องรีบทำทันทีเมื่อประสบอุบัติเหตุบนท้องถนน

ไม่ว่าเราจะขับรถระวังแค่ไหน หรือเป็นสายช้าปลอดภัยไว้ก่อน อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งจากความประมาท สภาพถนน หรือแม้แต่จากความผิดพลาดเล็กๆ ที่เราไม่ทันระวัง เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลายคนมักจะเกิดอาการสับสน ไม่รู้ว่าควรทำอะไรก่อนดี  บทความนี้จะพาไปดู 6 ข้อที่ควรทำทันที หลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างมีสติครับ

1. รีบตั้งสติ แล้วรีบเปิดไฟฉุกเฉิน

เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น หลายคนมักตกใจ รู้สึกกระวนกระวาย ทำอะไรไม่ถูก ดังนั้น สิ่งแรกที่เราควรทำเลยก็คือหายใจเข้าลึกๆ ตั้งสติเข้าไว้ แล้วรีบเปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อส่งสัญญาณให้เพื่อนร่วมทางรู้ว่า รถเรากำลังเจอกับปัญหา ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

หลังจากเปิดไฟฉุกเฉินแล้วให้ประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หลีกเลี่ยงการใช้คำพูดหรือกระทำที่จะทำให้เกิดผลเสียต่างๆ เช่น เคลื่อนรถก่อนถ่ายรูปจุดเกิดเหตุ ใช้คำพูดจาที่หยาบคายหรือไม่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการทางกฎหมายในชั้นศาล หรือส่งผลต่อการพิจารณาของบริษัทประกันในภายหลัง

2. ตรวจเช็คตัวเองและผู้โดยสารรอบข้าง

หลังจากตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉินแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือ ตรวจดูอาการบาดเจ็บของตัวเองและคนที่นั่งมาด้วย หากยังพอขยับได้ ไม่มีบาดแผลรุนแรง ให้รีบเช็คคนที่อยู่ในรถทันทีว่ามีใครบาดเจ็บหนักหรือหมดสติรึเปล่า ถ้ามีใครบาดเจ็บและมีเลือดออกมาก ต้องรีบช่วยเหลือเบื้องต้นเท่าที่ทำได้ เลี่ยงการขยับหรือเคลื่อนย้ายตัวผู้บาดเจ็บ เพราะอาจมีการกระทบกระเทือนต่อกระดูกหรืออวัยวะภายใน

หากอุบัติเหตุรุนแรงจนไม่สามารถออกจากรถได้ อย่าฝืนออกมาเองถ้าไม่จำเป็น รอให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยอย่างถูกวิธีจะปลอดภัยมากกว่า

3. โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและรถพยาบาล

เมื่อประเมินสถานการณ์แล้ว ควร รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยกดสายด่วน 191 หรือหากอยู่ในทางหลวงโทรหาตำรวจทางหลวงได้ที่เบอร์ 1193 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ ดูแลความปลอดภัย และจัดทำบันทึกอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการเคลมประกัน

หากมีผู้บาดเจ็บหรือมีคนหมดสติ ควรโทรแจ้งรถพยาบาลทันที ที่สายด่วน 1669 โดยระบุสถานที่เกิดเหตุให้ชัดเจน เช่น จุดสังเกตใกล้เคียง ถนนที่เกิดเหตุ หรือพิกัด GPS จะช่วยให้ทีมกู้ชีพเดินทางมาถึงได้รวดเร็วขึ้น 

4. โทรแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์

เมื่อแจ้งตำรวจและรถพยาบาลแล้ว อย่าลืมโทรแจ้งบริษัทประกันภัยของคุณทันที โดยเตรียมข้อมูลเบื้องต้นให้พร้อม เช่น หมายเลขกรมธรรม์ รุ่นรถ เลขทะเบียน และรายละเอียดของอุบัติเหตุโดย เจ้าหน้าที่ประกันจะสอบถามข้อมูล พร้อมส่งพนักงานเคลมประกันมาที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งจะช่วยบันทึกข้อมูลต่างๆ ประเมินความเสียหาย และดำเนินขั้นตอนในการเคลมตามสิทธิ์ที่คุณมี

บางบริษัทประกันมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เช่น รถยก รถลาก หรือ รถสไลด์ให้ฟรี ซึ่งคุณควรสอบถามขณะโทรแจ้งด้วย การติดต่อประกันโดยเร็ว ยังช่วยให้เคลียร์ปัญหากับคู่กรณีได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องมีการถกเถียงกันเองระหว่างคู่กรณี

5. ถ่ายรูปจุดเกิดเหตุให้ละเอียด

ก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้ายรถหรือมีการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่เกิดเหตุ ควรถ่ายรูปจุดเกิดเหตุไว้หลายๆ มุมอย่างละเอียด เช่น

  • ภาพรวมของจุดที่เกิดอุบัติเหตุ
  • มุมที่เห็นการชนอย่างชัดเจน
  • สภาพความเสียหายของรถทั้งสองฝั่ง
  • ทะเบียนรถของคู่กรณี
  • เครื่องหมายบนถนน หรือวัตถุที่เกี่ยวข้อง เช่น เสาไฟ ป้ายจราจร
  • ร่องรอยเบรก รอยลื่นไถล หรือคราบน้ำมัน

รูปถ่ายเหล่านี้จะกลายเป็นหลักฐานสำคัญทั้งในขั้นตอนของการเคลมประกัน การพิจารณาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแม้แต่หากเกิดคดีความในอนาคต การเก็บหลักฐานอย่างครบถ้วนคือสิ่งที่ควรทำเพื่อที่เราจะได้มีหลักฐานเพื่อปกป้องตัวเองได้

6. เคลื่อนย้ายรถออกจากจุดเกิดเหตุ (ถ้าทำได้)

หลังจากเก็บหลักฐานเรียบร้อยแล้ว และเจ้าหน้าที่อนุญาต ควรรีบเคลื่อนย้ายรถออกจากบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยเฉพาะหากอยู่กลางถนนหรือจุดที่อาจกีดขวางการจราจร เพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ถ้ารถสามารถขับได้ให้ขับไปชิดขอบทาง หรือเข้าไหล่ทางให้ปลอดภัย ส่วนกรณีที่รถเสียหายหนักจนเคลื่อนรถไม่ได้ ควรใช้กรวยหรือป้ายเตือนวางไว้ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อเตือนรถคันอื่นให้ระวัง

หากมีรถยกของประกันหรือหน่วยฉุกเฉินมาแล้ว อย่าลืมตรวจเช็คสิ่งของและเก็บของมีค่าในรถให้เรียบร้อยก่อน แล้วให้เจ้าหน้าที่ช่วยจัดการดูแลรถเราได้เลย

ข้อควรรู้ เมื่อเกิดอุบัติเหตุ

  • อย่ารีบตัดสินว่าใครเป็นคนผิด และไม่ควรกล่าวหาคู่กรณี ควรรอเจ้าหน้าที่เป็นคนสรุป
  • หลีกเลี่ยงการพูดคุยหรือโต้เถียงกันด้วยอารมณ์ เพราะจะทำให้สถานการณ์แย่ลง
  • ถ้ามีกล้องติดรถยนต์ ควรรีบเก็บไฟล์วิดีโอไว้ทันที ป้องกันระบบลบไฟล์อัตโนมัติ
  • กรณีที่มีพยานอยู่บริเวณนั้น ควรขอเบอร์โทรติดต่อไว้ เพื่อให้ช่วยเป็นพยานในภายหลัง

เมื่อเกิดอุบัติเหตุ สิ่งสำคัญที่สุดคือชีวิตและความปลอดภัย รองลงมาคือการจัดการเรื่องประกันและการป้องกันอุบัติเหตุซ้ำ การเตรียมตัวและรู้ลำดับการปฏิบัติจะช่วยให้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีสติ ทุกวินาทีหลังอุบัติเหตุมีความหมาย การรู้ว่าต้องทำอะไรก่อนหลังจะช่วยให้สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น รวมถึงเรื่องกฎหมายและประกันด้วย อย่ารอให้เกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วค่อยเรียนรู้ เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้ เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยบนท้องถนน

Sumo รถสไลด์ ช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม.
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐 https://www.sumoroadside.co.th