สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

4 เสียงผิดปกติจากเครื่องยนต์ ที่ห้ามมองข้าม! เสี่ยงพังหนัก

รถยนต์ที่เราใช้งานทุกวันย่อมมีสัญญาณเตือนเมื่อบางอย่างเริ่มผิดปกติ และหนึ่งในสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดก็คือ “เสียงจากเครื่องยนต์” เสียงที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน หรือเสียงที่เปลี่ยนไปจากเดิม อาจเป็นการเตือนว่าบางส่วนของรถกำลังมีปัญหา หากเพิกเฉย หรือปล่อยไว้โดยไม่ตรวจเช็ก อาจลุกลามจนเสียหายรุนแรง ส่งผลถึงความปลอดภัยในการขับขี่

1. เสียง “ก๊อก-ก๊อก” ตามจังหวะรอบเครื่องยนต์

ลักษณะเสียง

เสียงจะดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอคล้ายเสียงเคาะ เหมือนมีโลหะกระแทกกันเบา ๆ และจะดังแรงขึ้นเมื่อรอบเครื่องยนต์สูงขึ้น

สาเหตุ

เสียงนี้มักเกิดจาก ลูกสูบสึกหรือท่านสูบหลวม ซึ่งหมายความว่าส่วนประกอบภายในเครื่องยนต์เริ่มหลวมตัวจนเกิดช่องว่าง ลูกสูบที่เคลื่อนที่ภายในกระบอกสูบจึงเกิดการกระแทก ทำให้มีเสียง “ก๊อก-ก๊อก” ดังขึ้น

ระดับความเสี่ยง – สูง

  • ถ้าปล่อยไว้นานโดยไม่แก้ไข จะทำให้ลูกสูบและกระบอกสูบเสียหายหนัก
  • อาจนำไปสู่การ “ยกเครื่อง” หรือเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก

วิธีรับมือ

หากได้ยินเสียงนี้ ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมเครื่องยนต์ที่ไว้ใจได้เพื่อตรวจสอบทันที

2. เสียง “กึก-กัก” จากใต้ท้องรถ

ลักษณะเสียง

เสียงจะดังจากบริเวณใต้ท้องรถ คล้ายมีอะไรหลวม ๆ กระแทกกัน อาจได้ยินชัดตอนรถเคลื่อนตัวหรือเปลี่ยนเกียร์

สาเหตุ

มักเกิดจาก ข้อต่อเพลาขับหลวม หรือเริ่มเสื่อมสภาพ ข้อต่อเพลาขับเป็นส่วนที่ช่วยส่งแรงหมุนจากเครื่องยนต์ไปยังล้อ หากหลวมหรือสึก จะทำให้การขับเคลื่อนผิดปกติ และเกิดเสียงผิดสังเกต

ระดับความเสี่ยง – สูง

  • ถ้าข้อต่อขาดหรือหลุดขณะรถวิ่ง อาจทำให้รถหยุดกระทันหัน หรือเสียการควบคุม
  • มีความเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

วิธีรับมือ

อย่ารอให้เสียงหายไปเอง ควรรีบนำรถเข้าตรวจสอบ และเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายทันที

3. เสียง “กร๊อบแกร๊บ” ขณะเร่งเครื่อง

ลักษณะเสียง

เสียงจะดังคล้ายโลหะเสียดสีกันหรือมีอะไรหลุดใต้ฝากระโปรงหน้า มักเกิดตอนเร่งเครื่องโดยเฉพาะช่วงออกตัว หรือเปลี่ยนรอบเร็ว ๆ

สาเหตุ

อาจเกิดจาก เกียร์หรือกลไกในระบบส่งกำลังมีปัญหา เช่น เฟืองหลวม ชิ้นส่วนเสื่อมสภาพ หรือบางครั้งอาจเกิดจากวัสดุภายนอกหลุดเข้าไปติด เช่น หินหรือเศษโลหะเล็ก ๆ

ระดับความเสี่ยง – ปานกลาง

  • แม้ไม่อันตรายทันที แต่หากปล่อยไว้อาจทำให้ระบบส่งกำลังเสียหายรุนแรง
  • เสี่ยงทำให้เกียร์พัง หรือต้องเปลี่ยนระบบคลัตช์

วิธีรับมือ

แนะนำให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบทันที เพื่อป้องกันความเสียหายลุกลาม

4. เสียง “หวีดสูง” เวลาสตาร์ทรถ

ลักษณะเสียง

ได้ยินเสียง “วี๊ด” แหลม ๆ ดังขึ้นทันทีเมื่อสตาร์ทรถ หรือในช่วงเร่งเครื่อง

สาเหตุ

มักเกิดจาก สายพานหน้าเครื่องหย่อนหรือสึกหรอ สายพานนี้เป็นตัวส่งแรงจากเครื่องยนต์ไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ไดชาร์จ พัดลม ปั๊มน้ำ เป็นต้น

ระดับความเสี่ยง – ปานกลาง

  • ถ้าสายพานขาดระหว่างขับรถ เครื่องยนต์จะไม่สามารถส่งกำลังไปยังระบบสำคัญต่าง ๆ ได้ เช่น ระบบระบายความร้อนหรือระบบชาร์จไฟ
  • อาจทำให้รถดับกลางทาง หรือโอเวอร์ฮีท

วิธีรับมือ

ถ้าสงสัยว่าเสียงหวีดเกิดจากสายพาน ควรเปลี่ยนทันที เพราะค่าซ่อมไม่แพง แต่ความเสียหายที่ตามมาอาจเกิดความเสียหายมากกว่าแค่สายพาน

ทำไมเราจึงควรใส่ใจ “เสียงจากเครื่องยนต์”?

  1. เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า ที่ช่วยให้เรารู้ว่ามีชิ้นส่วนใดเริ่มเสื่อมสภาพ
  2. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ถ้าแก้ไขตั้งแต่เนิ่น ๆ จะเสียเงินน้อยกว่าปล่อยให้เสียหายรุนแรง
  3. เพิ่มความปลอดภัย ต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะบางปัญหาอาจทำให้รถเสียหลักหรือดับกลางถนน
  4. ยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ เครื่องยนต์ที่ดูแลดีจะใช้งานได้ยาวนานและมีประสิทธิภาพมากกว่า

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการดูแลเครื่องยนต์

  • หมั่นฟังเสียงขณะขับรถ หากได้ยินเสียงแปลกหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน อย่าชะล่าใจ
  • ตรวจเช็กสภาพรถทุก 10,000 กิโลเมตร หรือก่อนเดินทางไกล
  • เลือกใช้อะไหล่แท้จากศูนย์บริการที่เชื่อถือได้
  • ไม่เร่งเครื่องแรงโดยไม่จำเป็น เพราะแรงดันสูงในระบบอาจทำให้ส่วนประกอบเสียหายเร็วขึ้น
  • บำรุงรักษาตามคู่มือประจำรถ เช่น เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง หัวเทียน และกรองต่าง ๆ ตามระยะที่กำหนด

เสียงจากเครื่องยนต์คือสัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย ทั้งเสียง “ก๊อก-ก๊อก” “กึก-กัก” “กร๊อบแกร๊บ” หรือเสียง “หวีดสูง” ล้วนบ่งบอกถึงปัญหาที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงหากปล่อยทิ้งไว้ เจ้าของรถทุกคนควรหมั่นสังเกต ตรวจสอบ และบำรุงรักษารถเป็นประจำ

เพราะ “แค่เสียงเล็ก ๆ” อาจนำไปสู่ “ค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ” ได้ในภายหลัง ถ้าไม่อยากจ่ายแพง หรือเสี่ยงอุบัติเหตุจากความเสียหายเพียงเล็กน้อย อย่าลืมให้ความสำคัญกับเสียงทุกเสียงที่รถคุณกำลังส่งสัญญาณเตือน