ช่วงหน้าฝนที่ผ่านมา หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมฉับพลันที่มาพร้อมความรุนแรงมากน้ออยต่างกันไป และหนีไม่พ้นทำให้รถยนต์คู่ใจของใครหลายคนต้องจมอยู่ใต้น้ำนานหลายชั่วโมงหรือแม้กระทั่งทั้งวัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายไม่น้อย หลังน้ำลดสิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติและประเมินสภาพรถอย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสียหายเพิ่มเติม หากรถของคุณไม่ได้จมน้ำจนมิดทั้งคัน สามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อช่วยดูแลรถหลังเผชิญเหตุได้ทันที
และจุดสำคัญในรถยนต์ 10 จุด ที่ควรเช็คหลังน้ำท่วม เพื่อประเมินด้วยตัวเองเบื้องต้นก่อนนำรถไปเข้าศูนย์บริการ
ข้อปฏิบัติเมื่อรถจมน้ำท่วม
1. ห้ามสตาร์ทรถเด็ดขาด!
นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ! เมื่อน้ำลดแล้ว ห้ามลองสตาร์ทรถเพื่อเช็กว่าเครื่องยนต์ยังทำงานได้หรือไม่เด็ดขาด เพราะหากน้ำได้เข้าไปในห้องเครื่องแล้ว การสตาร์ทรถจะยิ่งทำให้น้ำเข้าไปสร้างความเสียหายต่อเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าภายในได้มากขึ้น อาจทำให้เครื่องยนต์พังและเกิดความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งจะทำให้ค่าซ่อมแพงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
2. ถอดขั้วแบตเตอรี่ออกทันที
หลังจากที่แน่ใจว่ารถปลอดภัยและน้ำลดลงในระดับที่สามารถเข้าถึงได้แล้ว ให้รีบถอดขั้วแบตเตอรี่รถยนต์ออกทันที เพื่อป้องกันการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าภายในรถ ซึ่งอาจก่อให้เกิดประกายไฟและเป็นอันตรายได้
3. ตรวจสอบระดับความเสียหายของตัวรถ
การประเมินความเสียหายเบื้องต้นเป็นสิ่งสำคัญมากว่ารถของคุณจมน้ำในระดับใด เพราะการซ่อมแซมจะแตกต่างกันออกไป หากรถของคุณจมน้ำในระดับที่ไม่สูงมาก (แค่พื้นรถ) ก็อาจจะสามารถจัดการด้วยตัวเองได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าหากน้ำท่วมสูงถึงระดับที่ท่วมมิดตัวถังรถแล้ว การเรียกใช้บริการจากศูนย์ซ่อมจะดีกว่า
4. ถ่ายน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์
เมื่อรถจมน้ำเป็นเวลานาน น้ำอาจเข้าไปปะปนกับน้ำมันเครื่องและน้ำมันเกียร์ได้ การถ่ายน้ำมันเก่าออกจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง และควรเติมน้ำมันใหม่เข้าไป จากนั้นค่อยไปตรวจเช็กตามศูนย์บริการ เพื่อดูว่ามีน้ำเข้าไปปะปนในระบบเกียร์หรือไม่ เพราะถ้ามี ก็จำเป็นต้องซ่อมแซมทันที
5. นำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมที่เชื่อถือได้
แม้จะสามารถจัดการกับปัญหาเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือการนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่ซ่อมที่น่าเชื่อถือและมีช่างผู้เชี่ยวชาญโดยตรง เพื่อตรวจเช็กอย่างละเอียดว่ามีจุดใดในตัวรถที่ยังเสียหายอยู่หรือไม่
เช็ก 10 จุดสำคัญในรถยนต์หลังน้ำท่วม
เมื่อคุณนำรถเข้าอู่แล้ว ช่างจะทำการตรวจสอบจุดสำคัญต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งคุณก็สามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้เช่นกัน เพื่อประเมินความเสียหายก่อนตัดสินใจซ่อม

1. ระบบเครื่องยนต์
สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบเครื่องยนต์ว่ามีน้ำเข้าไปปะปนหรือไม่ ซึ่งหากมีอาจทำให้ชิ้นส่วนภายในเกิดสนิมได้ และที่สำคัญการสตาร์ทรถในขณะที่น้ำยังปะปนอยู่ อาจทำให้เครื่องพังได้
2. ระบบเกียร์
น้ำอาจเข้าไปในระบบเกียร์ได้ ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานของระบบเกียร์ผิดปกติ และในบางกรณีอาจทำให้เกิดความเสียหายจนต้องเปลี่ยนเกียร์ใหม่ทั้งลูกได้เลย

3. ระบบเบรก
หากน้ำเข้าไปในระบบเบรก อาจทำให้ผ้าเบรกและจานเบรกเกิดสนิม ซึ่งอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเบรกได้ และที่สำคัญการจมน้ำยังอาจทำให้ระบบเบรกไฟฟ้าเสียหายได้อีกด้วย
4. ระบบท่อไอเสีย
ท่อไอเสียที่จมน้ำนาน ๆ อาจทำให้เกิดสนิมและผุพังได้ง่ายกว่าปกติ และที่สำคัญน้ำอาจเข้าไปในท่อไอเสียและส่งผลเสียต่อการทำงานของเครื่องยนต์ได้

5. ระบบไฟฟ้าและกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์ (ECU)
ระบบไฟฟ้าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของรถยนต์ยุคใหม่ และเป็นส่วนที่เปราะบางที่สุดเช่นกัน หากกล่อง ECU ซึ่งเป็นสมองของรถยนต์จมน้ำ จะส่งผลให้ระบบการทำงานของรถรวนและผิดเพี้ยนไปได้
6. ระบบแอร์
เมื่อน้ำเข้าสู่ระบบแอร์ อาจส่งผลให้คอมเพรสเซอร์และพัดลมเกิดสนิม ทำให้ประสิทธิภาพในการทำความเย็นลดลง และยังอาจทำให้เกิดกลิ่นเหม็นอับในห้องโดยสารได้

7. ภายในห้องโดยสาร
พื้นรถและเบาะรถยนต์ที่จมน้ำนาน ๆ อาจทำให้เกิดคราบสกปรกและกลิ่นอับ และอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อราได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้ระบบไฟฟ้าที่อยู่ใต้พื้นรถเสียหายอีกด้วย
8. ช่วงล่างและระบบส่งกำลัง
เมื่อรถจมน้ำเป็นเวลานาน ชิ้นส่วนช่วงล่างและระบบส่งกำลัง อาจเกิดสนิมได้ง่ายกว่าปกติ และอาจทำให้การทรงตัวของรถผิดเพี้ยนไป
9. ชุดพรมปูพื้นและเบาะรถยนต์
เมื่อพรมปูพื้นและเบาะรถยนต์จมน้ำ ควรรีบนำออกมาตากแดดทันที เพราะหากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้เกิดกลิ่นอับชื้นและเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา และในบางกรณีก็ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อให้ดีต่อสุขภาพ

10. สปริงและแหนบ
สำหรับรถยนต์ที่ใช้ระบบช่วงล่างแบบสปริงและแหนบ เมื่อจมน้ำนาน ๆ ก็อาจทำให้เกิดสนิมได้ และอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการขับขี่ได้
ถึงแม้ว่าการซ่อมรถยนต์ที่จมน้ำจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ค่าใช้จ่ายและเวลา แต่หากคุณทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องและตรวจสอบอย่างละเอียด ก็จะช่วยให้รถยนต์กลับมาใช้งานได้ตามปกติและปลอดภัยได้อีกครั้ง และหากคุณมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเรื่องการซ่อมรถยนต์หลังน้ำท่วม ก็สามารถติดต่อสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้โดยตรง เพื่อความมั่นใจและปลอดภัยในการใช้งานรถของคุณนะครับ
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ผู้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมรถยนต์สามารถรับมือได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่กำลังเผชิญสถานการณ์นี้อยู่ครับ


