ฝนตกหนักไม่นานก็อาจทำให้ทางดิน ลานจอด หรือไหล่ทางที่เคยขับผ่านได้กลายเป็นโคลนนิ่มจนรถติดหล่มและล้อหมุนฟรี เวลาเรียกรถยก ควรบอกสภาพพื้นที่ด้วย เพราะแม้เป็นรถรุ่นเดียวกัน วิธีช่วยอาจต่างกันตามสภาพพื้น ความชัน ระยะห่างจากถนนที่พื้นแข็ง และจุดที่รถช่วยเหลือจอดได้
ก่อนส่งรถออกมา เจ้าหน้าที่ต้องรู้สภาพรถและทางเข้า เพื่อประเมินว่าจะใช้รถและอุปกรณ์อะไร และเข้าถึงรถที่ติดหล่มได้หรือไม่ ข้อมูลด้านล่างเป็นสิ่งที่ควรสังเกตและแจ้งเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย ไม่ควรผูกลากรถเองหากไม่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสม
ก่อนแจ้งเหตุ หยุดเร่งเครื่องซ้ำและตรวจความปลอดภัย
เมื่อรู้สึกว่าล้อเริ่มหมุนฟรี รถไม่เคลื่อน หรือรถเอียงผิดปกติ ควรหยุดเร่งเครื่องซ้ำ การพยายามฝืนต่ออาจทำให้ล้อขุดพื้นลึกขึ้น รถจมมากกว่าเดิม หรือเคลื่อนเข้าใกล้ขอบทางและสิ่งกีดขวาง
ดูรอบรถจากจุดที่ปลอดภัย อย่ามุดใต้รถ ลงไปอยู่ด้านที่ลาดลง หรือยืนในทางที่รถอาจไหลมาถึง หากรถอยู่บนถนนหรือใกล้ช่องจราจร ให้ระวังรถที่วิ่งผ่านก่อนคิดจะถ่ายภาพหรือเดินดูรอบรถ หากอยู่ในจุดที่รถวิ่งเร็ว บนทางด่วน หรือในพื้นที่ที่มีผู้ดูแลการเข้าออก ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเส้นทางและทำตามคำแนะนำ
ระหว่างกู้รถ คนที่ไม่เกี่ยวข้องควรอยู่ห่างจากรถและแนวสายดึง อุปกรณ์เหล่านี้ต้องรับแรงมากและต้องเลือกให้เหมาะกับน้ำหนักรถและสภาพพื้นที่ อย่าผูกเชือก เลือกจุดยึด หรือเข้าไปยืนใกล้สายดึงเพื่อช่วยเจ้าหน้าที่เอง

8 ข้อมูลที่ควรแจ้งเมื่อเรียกรถยกช่วยรถติดหล่ม
1. รถอยู่ตรงไหนและเข้าทางใดได้บ้าง
ส่งหมุดแผนที่จากตำแหน่งรถ พร้อมชื่อถนน ซอย สถานที่ใกล้เคียง และเบอร์ของผู้ที่อยู่หน้างาน หากหมุดอยู่ในสวน ไซต์งาน ลานดิน หรือพื้นที่ส่วนบุคคล ควรบอกทางเข้าที่ใช้ได้จริงด้วย เพราะระบบแผนที่อาจพาไปยังประตูที่ปิดหรือทางที่รถขนาดใหญ่เข้าไม่ได้
ข้อมูลทางเข้าที่มีประโยชน์ ได้แก่ ความกว้างโดยประมาณ ประตูหรือคานจำกัดความสูง ทางโค้งแคบ สะพานเล็ก สายไฟต่ำ พื้นที่กลับรถ และช่วงเวลาที่อนุญาตให้รถเข้า ถ้ามีรปภ. เจ้าของที่ หรือผู้ควบคุมพื้นที่ ควรขออนุญาตเข้าพื้นที่ไว้ก่อน
2. รถอยู่ห่างจากพื้นแข็งหรือถนนที่รถช่วยเหลือจอดได้เท่าไร
คำว่า “ติดอยู่ข้างถนน” ยังไม่พอสำหรับประเมินงาน ควรบอกว่ารถอยู่ห่างจากพื้นแข็งกี่เมตร และระหว่างรถกับจุดที่รถช่วยเหลือจอดมีร่องน้ำ ต้นไม้ เสา รั้ว หรือทางต่างระดับหรือไม่
ถ้ากะระยะไม่ถูก ลองถ่ายวิดีโอให้เห็นตั้งแต่จุดที่รถช่วยเหลือเข้ามาได้จนถึงรถที่ติดหล่ม โดยถ่ายจากจุดปลอดภัย เจ้าหน้าที่จะเห็นทางเข้าชัดกว่าการดูภาพใกล้ ๆ เพียงภาพเดียว
3. ลักษณะพื้นและผลจากฝน
ระบุว่าพื้นเป็นดินเหนียว โคลน ทราย หญ้า กรวด หรือลูกรัง รวมถึงมีน้ำขังหรือกระแสน้ำหรือไม่ แจ้งด้วยว่าฝนยังตกอยู่หรือหยุดแล้ว และรถเริ่มจมเพิ่มหรือพื้นที่เริ่มทรุดหรือไม่
เจ้าหน้าที่ต้องดูว่ารถช่วยเหลือจะเข้าไปและจอดทำงานตรงไหนได้บ้าง ถ้าเข้าใกล้รถที่ติดหล่มไม่ได้ ก็ต้องประเมินวิธีช่วยให้เหมาะกับพื้นที่ จึงยังบอกไม่ได้จากภาพเดียวว่าใช้อุปกรณ์ใดแล้วจะเพียงพอ
4. พื้นลาดไปทางไหน และรถอาจไหลไปทางใด
บอกว่ารถอยู่บนทางราบ ทางขึ้น ทางลง หรือเอียงข้าง หากอยู่ใกล้คันนา ร่องระบายน้ำ หน้าผา กำแพง หรือรถคันอื่น ให้ถ่ายภาพที่เห็นระยะห่างและทิศทางลาดชัดเจน
ในภาพ พื้นอาจดูชันน้อยกว่าของจริง ควรบอกเพิ่มด้วย เช่น “หน้ารถอยู่ต่ำกว่าท้ายรถ” หรือ “ล้อซ้ายอยู่ชิดร่องน้ำ” เจ้าหน้าที่จะได้ไม่ต้องกะความลาดจากภาพอย่างเดียว
5. ข้อมูลรถ น้ำหนักบรรทุก และการดัดแปลง
แจ้งยี่ห้อ รุ่น ปีโดยประมาณ ประเภทรถ ระบบขับเคลื่อนถ้าทราบ และทะเบียนรถเพื่อให้เจ้าหน้าที่ระบุรถที่จะช่วยได้ถูกคัน สำหรับรถกระบะหรือรถเพื่อการพาณิชย์ ต้องแจ้งว่ามีของบรรทุกหรืออุปกรณ์ติดตั้งเพิ่มหรือไม่ รวมถึงลักษณะของสิ่งของหากมีความเสี่ยงหรือจำเป็นต้องจัดการเป็นพิเศษ
รถที่ดูคล้ายกันอาจหนักต่างกันมากหากบรรทุกของไม่เท่ากัน ถ้าไม่ได้แจ้งของที่บรรทุกหรือบอกน้ำหนักน้อยกว่าจริง เจ้าหน้าที่อาจเลือกรถและอุปกรณ์มาไม่เหมาะ หากไม่ทราบน้ำหนัก ให้บอกตามตรงว่าไม่ทราบ พร้อมอธิบายว่าบรรทุกอะไรอยู่ แทนการเดาตัวเลข
6. ตำแหน่งล้อและสภาพรถในขณะนั้น
ระบุว่าล้อใดจม ล้อหมุนได้หรือไม่ พวงมาลัยและเกียร์ใช้งานได้หรือไม่ เบรกมือปลดได้หรือไม่ และมีชิ้นส่วนใต้ท้องรถแตะพื้นหรือเสียหายหรือเปล่า หากรถเอียง ล้อหลุด ช่วงล่างทรุด หรือมีของเหลวรั่ว ต้องแจ้งก่อนเจ้าหน้าที่ออกเดินทาง
อย่ามุดใต้รถหรือลองปลดเบรกและระบบอื่นที่ไม่คุ้นเคยเพียงเพื่อหาคำตอบ ถ่ายภาพจากจุดปลอดภัยและบอกเท่าที่มองเห็นก็พอสำหรับการประเมินเบื้องต้น
7. ความเสียหายและอันตรายรอบรถ
ถ้ามีกลิ่นเชื้อเพลิง ควัน ไฟ รอยชน สายไฟอยู่ใกล้รถ น้ำไหลผ่าน หรือมีคนบาดเจ็บ ให้แจ้งทันที หากมีผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้ สารรั่วไหล หรืออันตรายถึงชีวิต ให้ติดต่อหน่วยฉุกเฉินที่เกี่ยวข้องก่อนเรียกบริการเคลื่อนย้ายรถ
หากเป็นรถไฟฟ้าหรือรถไฮบริดที่ชน จมน้ำ หรือมีระบบไฟฟ้าเสียหาย ควรบอกชนิดรถและอาการให้ชัด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสชิ้นส่วนหรือสายไฟที่เสียหาย
8. จะนำรถไปที่ไหน และใครอนุญาตให้ย้ายรถ
แจ้งว่าต้องการนำรถขึ้นสู่พื้นแข็งเพื่อตรวจสภาพ หรือขนต่อไปยังอู่ ศูนย์บริการ หรือสถานที่อื่น ถ้าพื้นที่ต้นทางหรือปลายทางเป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ต้องแน่ใจว่ามีผู้อนุญาตและมีผู้รับรถตามเวลานัด
ควรกำหนดปลายทางไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนแผนเมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ส่วนจะเคลื่อนย้ายรถต่อด้วยวิธีใด ต้องให้ผู้ให้บริการดูสภาพรถจริงและข้อจำกัดของพื้นที่ก่อน
ควรถ่ายภาพมุมใดส่งให้เจ้าหน้าที่
ถ่ายภาพตามรายการต่อไปนี้เท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นทั้งรถและพื้นที่รอบข้าง
- ภาพกว้างที่เห็นรถและพื้นที่รอบด้าน
- ภาพจากทางเข้าหรือจุดที่รถช่วยเหลือจะเข้าถึง
- ภาพด้านหน้า ด้านหลัง และด้านข้างของรถ
- ภาพล้อที่จมและพื้นบริเวณนั้น โดยถ่ายจากจุดปลอดภัย
- ภาพสิ่งกีดขวาง เช่น ร่องน้ำ ต้นไม้ กำแพง ประตู หรือสายไฟ
- วิดีโอสั้นที่แสดงเส้นทางจากพื้นแข็งถึงรถ หากเดินถ่ายได้โดยไม่เสี่ยง
อย่าถ่ายใกล้จนเห็นแต่ล้อ ควรให้เห็นพื้นรอบล้อด้วย และอย่าลงไปยืนในจุดที่ลาดต่ำกว่ารถหรือยืนหลังรถเพียงเพื่อถ่ายให้ครบทุกมุม ถ้าจุดไหนไม่ปลอดภัยก็ไม่ต้องเข้าไปถ่าย

ตัวอย่างข้อความแจ้งรถติดหล่ม
ไม่ต้องใช้คำทางเทคนิค บอกว่ารถเป็นอะไร อยู่ตรงไหน และทางเข้าเป็นอย่างไร เช่น
รถกระบะติดหล่มครับ ล้อหลังจมทั้งสองข้าง อยู่ในลานดินตามหมุดที่ส่งให้ ไม่มีคนเจ็บ มีรถมาช่วยได้ไหมครับ ผมส่งรูปทางเข้าและสภาพรถให้ดูด้วยครับ
จากนั้นให้แจ้งรายละเอียดเพิ่มตามที่ทราบ เช่น รถอยู่ห่างถนนคอนกรีตราว 18 เมตร ทางเข้ากว้างประมาณ 3 เมตร ไม่มีคานขวางด้านบน พื้นเป็นดินเหนียว ฝนหยุดแล้ว รถไม่ได้บรรทุกของ และต้องการนำรถขึ้นพื้นแข็งก่อน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินงานได้ ไม่จำเป็นต้องรวมทุกอย่างไว้ในข้อความแรก
รถยก รถลาก หรือรถสไลด์ แบบไหนเหมาะกับรถติดหล่ม?
รถติดหล่มแต่ละคันอาจต้องช่วยต่างกัน บางคันต้องนำออกจากโคลนหรือพื้นนิ่มก่อน แล้วค่อยดูว่าขับต่อได้หรือจำเป็นต้องขนย้าย บางคันเสียหายหรืออยู่ในจุดที่เข้าช่วยยาก ต้องใช้อุปกรณ์และคนที่ชำนาญงานนั้น
ก่อนเลือกวิธีช่วย ต้องดูภาพ สภาพรถ น้ำหนักรถ ทางเข้าถึง และตรวจหน้างานจริง ไม่ควรเลือกจากชื่อรถหรือราคาเพียงอย่างเดียว
ก่อนยืนยันงาน ควรถามอะไรให้ครบ
หลังส่งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ ให้ทวนรายละเอียดงานต่อไปนี้ก่อนนัดหมาย
- รับช่วยรถที่ติดหล่มแบบนี้ได้หรือไม่ และต้องการข้อมูลอะไรเพิ่ม
- งานที่เสนอรวมทั้งนำรถขึ้นพื้นแข็งและขนย้ายต่อหรือไม่ หรือทำเพียงช่วงใดช่วงหนึ่ง
- นัดพบกันที่ไหน ใช้ทางเข้าใด และให้ติดต่อใครเมื่อมาถึง
- ปลายทางพร้อมรับรถในเวลาที่คาดไว้หรือไม่
- ราคาที่ประเมินรวมงานอะไรบ้าง และมีกรณีใดที่ต้องประเมินราคาใหม่
ราคารถสไลด์ใช้แทนราคารถยก รถลาก หรืองานกู้รถติดหล่มไม่ได้ เจ้าหน้าที่ต้องยืนยันก่อนว่ารับงานในพื้นที่นั้นได้หรือไม่ แล้วประเมินวิธีช่วยและราคาตามสภาพรถและหน้างานจริง
ก่อนจัดรถ ผู้ให้บริการควรได้รับหมุด ภาพรถและพื้นที่รอบข้าง รวมถึงข้อมูลทางเข้าแล้ว หากฝนยังตก ระดับน้ำเปลี่ยน หรือรถจมและเอียงเพิ่ม ให้แจ้งสภาพล่าสุดอีกครั้ง เพราะวิธีช่วยที่ประเมินจากภาพเดิมอาจไม่เหมาะกับสถานการณ์ตอนนั้นๆแล้วถึงแม้ว่าทางบริการมักจะเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิดไว้แล้วก็ตาม
📘 Facebook: fb.com/sumo.roadside
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐เว็บไซต์: https://www.sumoroadside.co.th

