สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

รถเช่าเสียกลางทาง เรียกรถลากเองได้ไหม? ต้องประสานบริษัทรถเช่าอย่างไร

รถเช่าเสียกลางทาง ควรติดต่อบริษัทรถเช่าหรือโทรตามเบอร์ช่วยเหลือในสัญญาก่อนเรียกรถลากเอง เพราะรถเป็นของผู้ให้เช่า แต่ละบริษัทและแต่ละสัญญาอาจกำหนดต่างกันว่าจะย้ายรถอย่างไร ส่งอู่ไหน ใช้ผู้ให้บริการรายใด ใครจ่ายค่าใช้จ่าย และมีความคุ้มครองอะไรบ้าง

การเรียกรถลากเองจึงขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทรถเช่าและสถานการณ์ขณะนั้น หากมีอันตรายเร่งด่วน ให้ดูแลความปลอดภัยและติดต่อหน่วยฉุกเฉินหรือเจ้าหน้าที่ประจำเส้นทางก่อน หากรถอยู่ในจุดปลอดภัยและรอได้ ควรขอคำยืนยันจากบริษัทรถเช่าก่อนให้ผู้ให้บริการภายนอกเคลื่อนย้ายรถ

ดูแลความปลอดภัยและติดต่อเจ้าหน้าที่เมื่อจำเป็น

หากรถยังเคลื่อนเข้าจุดปลอดภัยได้ ให้ทำเท่าที่สภาพรถและกฎของพื้นที่อนุญาต เปิดสัญญาณเตือน และหลีกเลี่ยงการยืนในช่องจราจร หากมีผู้บาดเจ็บ ไฟไหม้ ควัน กลิ่นเชื้อเพลิง ของเหลวรั่ว หรือรถกีดขวางในตำแหน่งอันตราย ให้ติดต่อหน่วยฉุกเฉิน ตำรวจ หรือผู้ดูแลเส้นทางตามสถานการณ์ก่อน

บนทางด่วน มอเตอร์เวย์ สะพาน อุโมงค์ หรือพื้นที่ที่มีผู้ดูแลการเข้าออก อาจกำหนดวิธีนำรถออกและผู้ให้บริการที่เข้าไปได้ไว้โดยเฉพาะ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเส้นทางและทำตามคำสั่ง อย่าให้รถลากภายนอกเข้าไปก่อนแจ้งและขอคำยืนยันจากเจ้าหน้าที่

รถเช่าเสีย ควรโทรหาใครก่อน

เมื่อจัดการเรื่องความปลอดภัยและแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำเส้นทางตามที่จำเป็นแล้ว ให้หาเบอร์ติดต่อบริษัทรถเช่าจากช่องทางต่อไปนี้

  1. หมายเลขฉุกเฉินหรือบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ที่ระบุบนสัญญาเช่า ซองเอกสาร สติกเกอร์ หรือแอปของบริษัท
  2. สาขาที่ส่งมอบรถหรือศูนย์บริการลูกค้าของบริษัทรถเช่า
  3. บริษัทประกันหรือผู้ให้บริการช่วยเหลือที่ระบุไว้ในเอกสารรถ หากบริษัทรถเช่าสั่งให้ติดต่อ

หากรถขวางการจราจรหรืออยู่บนเส้นทางที่มีเจ้าหน้าที่ดูแล ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยตามสถานการณ์

อย่าอาศัยเบอร์ที่พบจากโพสต์เก่าเพียงอย่างเดียว ควรเทียบกับสัญญา เว็บไซต์ทางการ หรือข้อความยืนยันการจองปัจจุบัน เพราะช่องทางและเงื่อนไขอาจเปลี่ยนได้

เรียกรถลากเองได้ไหม?

กรณีที่รอการอนุมัติได้

ติดต่อบริษัทรถเช่าเพื่อยืนยันว่าใช้รถลากภายนอกได้หรือไม่ ต้องส่งรถไปที่ใด ใครเป็นผู้สั่งงาน และใบเสร็จหรือเอกสารค่าใช้จ่ายต้องออกในชื่อใคร หากเป็นไปได้ ให้ขอคำยืนยันเป็นข้อความเก็บไว้

บางบริษัทกำหนดให้แจ้งความเสียหายทันที และอาจไม่จ่ายค่าช่วยเหลือหรือค่าซ่อมที่ยังไม่ได้อนุมัติ ถ้าเลือกอู่หรือเรียกผู้ให้บริการเองโดยไม่แจ้งบริษัท ผู้เช่าอาจต้องจ่ายเอง หรือมีปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบว่ารถเสียหายจากอะไร

กรณีรถอยู่ในตำแหน่งอันตราย

หากเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้ดูแลเส้นทางสั่งให้เคลื่อนรถทันที ให้ปฏิบัติตามคำสั่งเพื่อความปลอดภัย พร้อมบันทึกชื่อหน่วยงาน เวลา เหตุผล และปลายทางที่นำรถไป จากนั้นแจ้งบริษัทรถเช่าโดยเร็วที่สุด

ถ้ายังติดต่อบริษัทไม่ได้ ให้เก็บประวัติการโทรหรือข้อความไว้ และทำเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเพื่อให้พ้นอันตราย อย่าเพิ่งเลือกอู่ซ่อมหรืออนุมัติงานเพิ่มแทนเจ้าของรถ หากยังไม่จำเป็น

ข้อมูลที่ต้องแจ้งบริษัทรถเช่า

เพื่อให้บริษัทตัดสินใจได้เร็ว ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  • ชื่อผู้เช่าและเลขที่สัญญาหรือเลขการจอง
  • ทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น สี และเลขไมล์โดยประมาณ
  • พิกัดปัจจุบัน ทิศทางการเดินทาง ถนนหรือหลักกิโลเมตร
  • อาการก่อนรถหยุด ไฟเตือน เสียง กลิ่น ควัน หรือร่องรอยของเหลว
  • รถชนหรือไม่ มีคู่กรณี ผู้บาดเจ็บ หรือทรัพย์สินเสียหายหรือไม่
  • รถกีดขวางหรืออยู่ในพื้นที่ควบคุมหรือไม่
  • ภาพรอบรถ จุดเสียหาย หน้าปัด และสภาพถนน โดยถ่ายเมื่อปลอดภัย
  • เบอร์โทรของผู้ที่อยู่กับรถ

บอกอาการที่เห็นก็พอ อย่าเพิ่งสรุปเองว่าเครื่องยนต์ เกียร์ หรือแบตเตอรี่เสีย ถ้าอาการเปลี่ยนจากที่แจ้งครั้งแรก ให้บอกบริษัทอีกครั้งก่อนย้ายรถ

6 เรื่องที่ต้องยืนยันก่อนเคลื่อนรถ

1. บริษัทให้ใครมาขนย้ายรถ

ถามว่าบริษัทจะส่งรถช่วยเหลือมาเอง ใช้บริษัทที่ทำสัญญาไว้ หรือให้ผู้เช่าเรียกรถจากที่อื่นได้ หากให้เรียกเอง ให้เก็บชื่อคนอนุมัติ เวลา และรายละเอียดว่าอนุญาตให้ทำอะไรบ้าง

2. ต้องขนย้ายด้วยวิธีใด

รถเช่าแต่ละรุ่นมีระบบขับเคลื่อน จุดยึด และวิธีเข้าเกียร์ว่างต่างกัน แจ้งรุ่นรถและสภาพล้อ แล้วให้บริษัทรถเช่าหรือผู้รับผิดชอบตรวจคู่มือและยืนยันวิธีขนย้าย อย่าเดาเองว่าควรลากแบบยกสองล้อหรือยกทั้งคัน

หากรถเสียหายจากอุบัติเหตุ ให้แจ้งความเสียหายแก่บริษัทรถเช่าและผู้รับผิดชอบ เพื่อยืนยันวิธีขนย้ายที่เหมาะกับรุ่นรถและสภาพจริง

3. บริษัทให้ส่งรถไปที่ไหน

ขอชื่อ ที่อยู่ หมุด และผู้รับรถปลายทาง บางกรณีอาจเป็นสาขาของบริษัท อู่คู่สัญญา ศูนย์บริการ จุดพักรถของเจ้าหน้าที่ หรือพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราว ห้ามเปลี่ยนปลายทางเองระหว่างทางโดยไม่แจ้งผู้รับผิดชอบ

4. ใครรับผิดชอบค่าใช้จ่าย

ถามแยกให้ชัดว่าใครจ่ายค่ารถลาก ค่าทางด่วน ค่าจอด ค่าตรวจ ค่าซ่อม และค่าใช้จ่ายในการนำรถออกจากพื้นที่ หากผู้เช่าต้องจ่ายก่อน จะเบิกคืนได้หรือไม่ ต้องใช้ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีแบบไหน และให้ออกชื่อใคร

อย่าอาศัยคำว่า “มีประกัน” แล้วสรุปว่าครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย ความคุ้มครองขึ้นกับสัญญา ข้อจำกัดการใช้รถ เหตุของความเสียหาย และการปฏิบัติตามขั้นตอนแจ้งเหตุ

5. เอกสารและรายงานเหตุที่ต้องใช้

ถามว่าต้องเตรียมแบบฟอร์มอุบัติเหตุ รายงานตำรวจ ภาพถ่าย ใบรับรถจากรถลาก หรือเอกสารอื่นหรือไม่ หากมีคู่กรณีหรือทรัพย์สินสาธารณะเสียหาย อย่าตกลงรับผิดหรือจ่ายชดเชยเองโดยข้ามขั้นตอนของบริษัทรถเช่าและประกัน

6. ต้องรอส่งรถให้ใคร แล้วเดินทางต่ออย่างไร

ถามว่าต้องรอส่งรถให้ใคร เก็บกุญแจไว้หรือส่งให้คนขนย้าย และต้องเอาของอะไรออกจากรถก่อน ส่วนรถทดแทน ที่พัก และการเดินทางต่อ ต้องดูเงื่อนไขของบริษัทนั้น

หลักฐานก่อน ระหว่าง และหลังลากรถ

ก่อนย้ายรถ ให้ถ่ายรอบคัน ล้อ กระจก ใต้กันชนเท่าที่มองเห็น หน้าปัด และของในรถ พร้อมบันทึกวันเวลา หมุด ชื่อคนประสานงาน และทะเบียนรถลาก เมื่อรถขึ้นแท่นหรือถูกยกแล้ว ให้ตรวจว่าบันทึกสภาพรถไว้ครบ และระบุปลายทางตรงกับที่บริษัทอนุมัติ

หลังส่งรถแล้ว เก็บหลักฐานเหล่านี้ไว้ด้วยกัน

  • ใบรับงานหรือหลักฐานการเคลื่อนย้าย
  • ใบเสร็จและรายละเอียดค่าใช้จ่าย
  • ชื่อผู้ขับรถลากกับผู้รับรถปลายทาง
  • เวลาออกจากต้นทางและถึงปลายทาง
  • ภาพรถเมื่อส่งถึงและตำแหน่งจอด
  • ข้อความอนุมัติหรือเลขเคสจากบริษัทรถเช่า

เก็บหลักฐานไว้ไม่ได้แปลว่าจะเบิกเงินคืนได้ทุกกรณี แต่ช่วยให้บริษัทตรวจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ใครอนุมัติ และส่งรถไปที่ไหน

สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อรถเช่าเสีย

  • อย่าฝืนขับต่อเมื่อมีไฟเตือนสำคัญ ควัน กลิ่นไหม้ ของเหลวรั่ว เสียงผิดปกติรุนแรง หรือควบคุมรถไม่ได้
  • อย่าซ่อม รื้อ พ่วงแบต เติมของเหลว หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากผู้รับผิดชอบ หากมีเหตุฉุกเฉิน ให้ติดต่อหน่วยฉุกเฉินหรือเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลเส้นทางเพื่อรับคำแนะนำ
  • อย่าให้ผู้ไม่มีชื่อหรือไม่ได้รับอนุญาตในสัญญาขับรถ
  • อย่าเลือกอู่หรืออนุมัติค่าซ่อมแทนบริษัทรถเช่า
  • อย่าทิ้งกุญแจ เอกสารรถ บัตรผ่านทาง หรือของส่วนตัวไว้โดยไม่จดว่าให้ใครรับไปบ้าง
  • อย่าลงชื่อในเอกสารที่ระบุสภาพรถหรือค่าใช้จ่ายไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

แต่ละบริษัทกำหนดเวลาแจ้งเหตุ ความคุ้มครอง ผู้ให้บริการที่ใช้ได้ และค่าใช้จ่ายต่างกัน จึงควรดูสัญญาของรถที่เช่าและถามบริษัทให้ชัดว่าต้องทำอะไรบ้าง อย่าใช้คำแนะนำทั่วไปแทนคำยืนยันจากบริษัท

เมื่อได้รับอนุญาต ต้องแจ้งอะไรกับรถลาก

ส่งทะเบียน รุ่นรถ หมุด สภาพรถ ภาพล้อและจุดที่เสียหาย พร้อมบอกทางเข้าที่อาจติดขัด ปลายทางที่บริษัทอนุมัติ และชื่อคนรับรถ แจ้งด้วยว่าเป็นรถเช่า บริษัทให้ขนย้ายด้วยวิธีใด และต้องใช้เอกสารอะไรตอนส่งรถ

รอให้ผู้ให้บริการยืนยันว่ารับงานได้ ใช้รถแบบใด และราคาเท่าไร โดยต้องดูสภาพรถจริงและสิ่งที่บริษัทรถเช่าอนุมัติไว้ด้วย

ก่อนรถออกจากจุดเกิดเหตุ ทวนกับบริษัทรถเช่าอีกครั้งว่าเลขเคสอะไร ใครอนุมัติ ให้ขนย้ายอย่างไร ส่งที่ไหน และใครรับรถ เก็บข้อความอนุมัติ ใบรับงาน ภาพก่อนย้าย และหลักฐานส่งรถไว้ด้วยกัน หากต้องเคลื่อนรถทันทีเพื่อลดอันตราย ให้จดเหตุผล เวลา และปลายทางไว้ ถ้ามีเจ้าหน้าที่สั่งการ ให้จดหน่วยงานและคำสั่งด้วย แล้วแจ้งบริษัทรถเช่าให้เร็วที่สุด

📘 Facebook: fb.com/sumo.roadside
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐เว็บไซต์: https://www.sumoroadside.co.th