สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

ไข 8 ปัญหา! รถดับกลางอากาศ พร้อมวิธีรับมือฉุกเฉิน

ขับรถอยู่ดีๆ แล้วเครื่องยนต์ก็ดับกลางทาง ทำเอาใจหายเลย อาการแบบนี้อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือรถที่ใช้งานมานาน ปัญหานี้มาจากหลายสาเหตุ เช่น แบตเตอรี่หมด ระบบไฟฟ้าขัดข้อง หรือระบบเชื้อเพลิงมีปัญหา ซึ่งหากเกิดขึ้นในเวลาที่เร่งรีบหรืออยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย อาจสร้างความกังวลไม่น้อย แต่ถ้าเรารู้สาเหตุและวิธีรับมือ ก็จะสามารถป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ได้ มาดูกันว่า 8 สาเหตุหลักที่ทำให้รถดับกลางอากาศมีอะไรบ้าง และเราจะจัดการกับมันอย่างไรดี

1. เครื่องยนต์ร้อนเกินไป

เคยไหม? ขับรถทางไกล หรือรถติดๆ แล้วรู้สึกว่ารถมันอืดๆ เร่งไม่ค่อยขึ้น นั่นแหละ สัญญาณแรกๆ ของเครื่องยนต์ร้อนเกินไปแล้ว เมื่อเครื่องยนต์ทำงานหนัก หรือระบบระบายความร้อนไม่ดี อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนเครื่องยนต์ดับเอง รถรุ่นใหม่ๆ มักมีระบบป้องกันเครื่องยนต์เสียหายโดยการดับเครื่องอัตโนมัติเมื่อร้อนเกินไป แต่รถรุ่นเก่าๆ อาจจะไม่มีระบบนี้ สังเกตไฟเตือนรูปเครื่องยนต์บนหน้าปัด ถ้าขึ้นมาเมื่อไหร่ ควรจอดรถในที่ปลอดภัย รอให้เครื่องเย็นลงก่อนสตาร์ทใหม่นะ

วิธีเช็คง่ายๆ ว่าเครื่องยนต์ร้อนเกินไปหรือเปล่า คือ ดูที่เข็มความร้อนบนหน้าปัด ถ้าเข็มมันขึ้นไปอยู่ในโซนสีแดง หรือใกล้ๆ โซนสีแดง แสดงว่าเครื่องยนต์ร้อนจัดแล้วล่ะ ถ้าปล่อยไว้นานๆ เครื่องยนต์อาจจะพังได้เลยนะ

2. ขั้วแบตเตอรี่หลวม

ขั้วแบตเตอรี่ที่หลวมอาจทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เสถียร ส่งผลให้เครื่องยนต์ดับได้ เรื่องนี้เจอกันบ่อยมากๆ เลยนะ สังเกตได้จากไฟเตือนบนหน้าปัดที่ขึ้นมาหลายดวงพร้อมกัน หรือไฟหน้าปัดอาจจะกระพริบๆ วิธีแก้ก็คือ ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่ ถ้าเจอว่ามันหลวม ก็ขันให้แน่น หรือถ้ามีคราบสกปรก ก็ทำความสะอาดก่อน

วิธีทำความสะอาดก็ง่ายๆ เลย แค่ใช้แปรงสีฟันเก่าๆ กับน้ำโซดา หรือน้ำยาล้างขั้วแบตเตอรี่มาขัดๆ ถูๆ ให้คราบขี้เกลือออกให้หมด แล้วเช็ดให้แห้งสนิท ค่อยขันขั้วแบตเตอรี่ให้แน่น

3. หัวเทียนและคอยล์จุดระเบิดเสื่อม

หัวเทียนและคอยล์จุดระเบิดที่เสื่อมสภาพจะทำให้การจุดระเบิดไม่สมบูรณ์ เครื่องยนต์อาจกระตุก หรือดับกลางทางได้ ถ้าเรารู้สึกว่าเครื่องยนต์เดินไม่เรียบ หรือมีอาการกระตุกๆ สะดุดๆ เร่งไม่ค่อยขึ้น หรือมีเสียงดังแปลกๆ จากเครื่องยนต์ ควรนำรถไปให้ช่างตรวจสอบและเปลี่ยนหัวเทียน หรือคอยล์จุดระเบิดที่เสื่อมสภาพนะ หัวเทียนและคอยล์จุดระเบิดเป็นอะไหล่ที่ต้องเปลี่ยนตามระยะทาง ควรเช็คคู่มือรถว่าต้องเปลี่ยนเมื่อไหร่

4. หัวฉีดมีปัญหา

หัวฉีดที่สกปรก หรืออุดตันจะทำให้การจ่ายเชื้อเพลิงไม่เพียงพอ เครื่องยนต์อาจกระตุกและดับได้ สังเกตได้จากอาการกระตุกๆ สะดุดๆ ก่อนที่รถจะดับ หรือบางทีอาจจะมีกลิ่นน้ำมันแรงผิดปกติ วิธีแก้ก็คือ ทำความสะอาดหัวฉีด หรือเปลี่ยนใหม่ถ้าจำเป็น การทำความสะอาดหัวฉีดควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำจะดีที่สุดนะ เพราะต้องใช้อุปกรณ์เฉพาะทาง

5. วาล์ว SCV เสีย (สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล)

วาล์ว SCV ที่เสียจะทำให้เครื่องยนต์สั่น เร่งไม่ขึ้น และดับ สาเหตุหลักๆ มาจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สกปรก หรือไม่ได้มาตรฐาน ควรเปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามระยะ และใช้น้ำมันคุณภาพดีนะ วาล์ว SCV เป็นอะไหล่ที่สำคัญของเครื่องยนต์ดีเซล ถ้าเสียแล้วจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ

6. วาล์วยัน

วาล์วยัน คืออาการที่วาล์วในเครื่องยนต์ปิดไม่สนิท ทำให้เครื่องยนต์กำลังตก สั่น หรือดับได้ มักพบในรถที่ใช้แก๊ส LPG ถ้าเรารู้สึกว่าเครื่องยนต์สั่น หรือกำลังตก เร่งไม่ขึ้น หรือมีเสียงดังแปลกๆ จากเครื่องยนต์ แสดงว่ามีอาการวาล์วยัน ควรนำรถไปให้ช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีความชำนาญช่วยปรับตั้งวาล์วใหม่ 

7. ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและกรองน้ำมันเชื้อเพลิงเสื่อม

ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงที่เสื่อม หรือกรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตันจะทำให้การจ่ายน้ำมันไม่เพียงพอ เครื่องยนต์อาจเร่งไม่ขึ้นและดับได้ ควรเปลี่ยนปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงทุก 5 ปี และกรองน้ำมันเชื้อเพลิงทุก 20,000 – 25,000 กิโลเมตรนะ ปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิงและกรองน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นอะไหล่ที่สำคัญของระบบน้ำมัน ถ้าเสียแล้วจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ

8. ลิ้นปีกผีเสื้อสกปรก

ลิ้นปีกผีเสื้อที่สกปรกจะทำให้รอบเดินเบาต่ำ และเครื่องยนต์ดับได้ ควรล้างลิ้นปีกผีเสื้อทุกๆ 50,000 กิโลเมตร เพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างราบรื่นนะ ลิ้นปีกผีเสื้อเป็นอะไหล่ที่สำคัญของระบบอากาศ ถ้าสกปรกแล้วจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานผิดปกติ

วิธีรับมือฉุกเฉินเมื่อรถดับกลางทาง

ถ้ารถของเราเกิดดับกลางทาขึ้นมาง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ ตั้งสติและเปิดไฟฉุกเฉินทันที เพื่อเตือนรถคันอื่นๆ จากนั้นค่อยๆ ชะลอความเร็วและหาที่จอดที่ปลอดภัย เข้าเกียร์ว่างไว้หากต้องเข็นรถออกจากจุดเสี่ยง แล้วลองตรวจสอบเบื้องต้นว่าปัญหาแก้ได้หรือไม่ เช่น แบตเตอรี่หมดหรือเครื่องยนต์ร้อน หากแก้ไขเองไม่ได้ ให้โทรขอติดต่อบริการฉุกเฉินจากรถยก รถสไลด์ Sumo Road Side มีบริการ 24 ชั่วโมง ขณะรอรับบริการ แนะนำว่าควรอยู่ในรถ ล็อคประตู คาดเข็มขัดนิรภัย และวางป้ายสัญญาณเตือนให้รถคันอื่นเห็นได้ชัดเจน

ถ้าใครเจอรถดับกลางทางก็คงมีตกใจกันบ้าง แต่สิ่งแรกเลยที่ต้องทำคือตั้งสติให้พร้อม ยิ่งถ้ารู้สาเหตุและวิธีรับมือปัญหา ไม่ว่าเรื่องไหนก็จะผ่านไปได้ไม่ยาก นอกจากนี้เราควรดูแลรถยนต์อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสภาพรถ เช็คระบบไฟฟ้า เปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งาน ตรวจสภาพระบบเชื้อเพลิง และเปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามระยะ รวมถึงสังเกตอาการผิดปกติต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นดังที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น วิธีนี้จะช่วยลดความเสี่ยงรถดับกลางทาง และทำให้เราเดินทางไปยังที่ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและสบายใจยิ่งขึ้น