สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง

อู่ซ่อมรถใช้บริการรถลากรับรถลูกค้าอย่างไร? เช็กลิสต์ตั้งแต่นัดรับจนส่งมอบ

อู่สามารถนัดรถลากไปรับรถที่ขับมาเองไม่ได้ หรือรับให้ลูกค้าที่ไม่สะดวกนำรถมาส่ง แต่ส่งแค่ชื่อกับหมุดอาจยังไม่พอ เมื่อไปถึงอาจพบว่าคนที่นัดไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีกุญแจ ล้อล็อก หรือทางเข้าแคบ พอถึงอู่ก็อาจเป็นเวลาปิดทำการหรือไม่มีคนรอตรวจสภาพและรับรถ

ควรบันทึกงานรถลากไว้ในใบสั่งงานของอู่ ใช้เลขงานเดียวกัน ระบุคนรับผิดชอบ และเก็บข้อมูลตั้งแต่ลูกค้าแจ้งจนรถถึงอู่ จะได้ตรวจย้อนหลังได้ว่าตกลงอะไรไว้ แนวทางนี้ใช้ช่วยจัดงานรับรถของอู่ แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ให้บริการทุกรายมีขั้นตอนหรือเงื่อนไขเหมือนกัน

ตกลงว่าใครทำหน้าที่อะไรให้ชัดเจน

ให้อู่มีคนประสานงานหลักหนึ่งคน แม้มีพนักงานหลายคนช่วยรับข้อมูล คนนี้ควรยืนยันรายละเอียดกับลูกค้า แจ้งรถลาก และส่งข้อมูลให้ช่างรับรถ เพื่อให้ทุกฝ่ายรู้ตรงกันว่าจะรับรถที่ไหน ส่งไปที่ใด และตกลงทำงานอะไรบ้าง

แต่ละฝ่ายควรรับผิดชอบงานต่อไปนี้

  • ลูกค้ายืนยันว่าเป็นเจ้าของหรือได้รับอนุญาตให้ย้ายรถ แจ้งข้อมูลตามจริง ส่งภาพ และเตรียมกุญแจกับคนส่งรถ
  • ผู้ประสานงานอู่เปิดเลขงาน ตรวจข้อมูล สั่งงานรถลาก และแจ้งกำหนดการให้ทุกฝ่ายทราบ
  • ผู้ให้บริการรถลากดูข้อมูลจุดรับรถ ยืนยันว่าจะทำงานด้วยวิธีใด และบันทึกการรับ–ส่งตามที่ตกลง
  • ช่างหรือพนักงานรับรถเตรียมพื้นที่ลงรถ ตรวจสภาพเมื่อมาถึง และบันทึกเวลารับมอบ

ถ้าคนเดียวทำหลายหน้าที่ ให้ระบุในใบงานด้วยว่าใครทำอะไร อย่าใช้เพียงคำว่า “เดี๋ยวมีคนรับ” ควรมีชื่อและเบอร์ของคนรับรถที่ติดต่อได้จริง

ขั้นตอนที่ 1 เปิดใบสั่งงาน

สร้างรหัสงานของอู่ก่อนส่งข้อมูลให้ผู้ให้บริการ เช่น วันที่ตามด้วยหมายเลขลำดับ รหัสนี้ควรปรากฏในบทสนทนา เอกสารรับรถ รูปถ่าย และรายการค่าใช้จ่าย เพื่อให้ค้นย้อนหลังได้โดยไม่พึ่งชื่อเล่นของลูกค้า

บันทึกข้อมูลต่อไปนี้ไว้ในใบสั่งงาน

  • รหัสงาน วันที่ และผู้รับผิดชอบ
  • ชื่อลูกค้า เบอร์ติดต่อ และช่องทางยืนยัน
  • ทะเบียน ยี่ห้อ รุ่น สี และประเภทระบบขับเคลื่อนถ้าทราบ
  • อาการรถและเหตุที่ไม่ควรหรือไม่สามารถขับมาอู่
  • จุดรับพร้อมหมุด จุดสังเกต และข้อจำกัดทางเข้า
  • มีกุญแจหรือไม่ เกียร์อยู่ตำแหน่งใด พวงมาลัยและเบรกมือใช้งานได้หรือไม่ ล้อและยางมีปัญหาอะไรที่ทราบแล้วบ้าง
  • ความเสียหาย คราบของเหลว ของบรรทุก หรือการดัดแปลง
  • ปลายทาง จุดลงรถ และชื่อผู้รับ
  • ลูกค้าอนุญาตให้ทำอะไรบ้าง เช่น ย้ายรถมาอู่เพื่อรอตรวจ

อย่าเพิ่งสั่งซ่อมโดยสรุปสาเหตุจากที่ลูกค้าเล่าทางโทรศัพท์ ในใบงานควรแยกอาการที่ลูกค้าแจ้งออกจากผลที่ช่างตรวจพบ เพื่อไม่ให้เข้าใจว่าอู่ตรวจและรู้สาเหตุแล้วทั้งที่ยังไม่เห็นรถ

ขั้นตอนที่ 2 ยืนยันว่าใครอนุญาตให้ย้ายรถ

สอบถามว่าคนที่แจ้งเป็นเจ้าของ ผู้ครอบครอง ผู้เช่า พนักงานบริษัท หรือคนที่ได้รับมอบหมาย ถ้าไม่ใช่คนที่มีอำนาจอนุญาตให้ย้ายรถ ต้องยืนยันกับผู้มีอำนาจตามวิธีที่อู่กำหนดก่อนส่งรถลากออก

สำหรับรถเช่า รถบริษัท รถติดไฟแนนซ์ที่กำลังมีข้อพิพาท รถที่ตำรวจดูแลอยู่ หรือรถที่จอดในพื้นที่ของคนอื่น อย่าใช้แค่ภาพเล่มทะเบียนหรือคำบอกเล่าตัดสินว่าย้ายได้ ให้ผู้แจ้งเรื่องยืนยันกับหน่วยงานหรือคู่สัญญาที่เกี่ยวข้องก่อนตามแต่ละกรณี

เก็บเอกสารและข้อมูลส่วนตัวเท่าที่จำเป็นสำหรับงานนี้ ให้เฉพาะคนที่เกี่ยวข้องเข้าถึง และส่งผ่านช่องทางของอู่ อย่าส่งภาพบัตรหรือเอกสารรถเข้ากลุ่มแชทที่มีคนไม่เกี่ยวข้อง

ขั้นตอนที่ 3 เก็บข้อมูลหน้างาน

ขอภาพที่เห็นรถทั้งคัน บริเวณรอบรถ ล้อ และทางเข้า ถ้าทางเข้าดูจากภาพได้ยาก อาจขอวิดีโอสั้นเพิ่มเติม โดยให้ลูกค้าถ่ายเท่าที่ปลอดภัย แล้วถามข้อมูลต่อไปนี้เพื่อเลือกวิธีนำรถขึ้นและลง

  • รถอยู่บนพื้นราบ ทางลาด ดิน โคลน หรืออาคารจอดรถ
  • รถขยับได้หรือไม่ ล้อใดล็อก ยางใดแบน
  • มีกุญแจและสามารถเปิดรถได้หรือไม่
  • เท่าที่ทราบ พวงมาลัยหมุนได้หรือไม่ เกียร์อยู่ตำแหน่งใด และเบรกมือปลดได้หรือไม่ ไม่ต้องให้ลูกค้าฝืนทดลองเพื่อหาคำตอบ
  • รถชน ช่วงล่างทรุด มีชิ้นส่วนหลุด หรือของเหลวรั่วหรือไม่
  • มีของบรรทุกหรือชุดแต่งหรือไม่ และรถสูงหรือมีขนาดต่างจากปกติหรือไม่
  • มีที่ให้รถช่วยเหลือจอดทำงานหรือไม่ และพื้นรับน้ำหนักได้หรือไม่

อู่ไม่ควรเลือกวิธีขนย้ายจากชื่อบริการเพียงอย่างเดียว ควรส่งสภาพรถและข้อมูลหน้างานให้ผู้ให้บริการประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมก่อน

ขั้นตอนที่ 4 ตกลงว่างานรวมอะไร ราคาเท่าไร และใครจ่าย

ถามให้ชัดว่าจะรับรถตรงไหนและส่งถึงจุดใด ถ้ารถอยู่ในที่แคบ ติดหล่ม หรือล้อล็อก งานที่เสนอรวมการช่วยนำรถออกมาแล้วหรือยัง และราคานี้ประเมินจากข้อมูลอะไรบ้าง

อู่ควรตกลงเรื่องต่อไปนี้กับลูกค้าให้ชัด

  • ลูกค้าชำระค่ารถลากตรง หรือให้อู่ออกค่าใช้จ่ายก่อน
  • ใบเสร็จหรือเอกสารค่าใช้จ่ายออกชื่อใคร
  • ค่าใช้จ่ายใดต้องได้รับอนุมัติเพิ่มก่อนดำเนินการ
  • ถ้าสภาพหน้างานต่างจากที่แจ้ง ใครเป็นคนอนุมัติราคาใหม่
  • ค่าเคลื่อนย้ายเป็นคนละส่วนกับค่าตรวจและค่าซ่อมของอู่หรือไม่

ราคารถสไลด์ใช้แทนราคารถลากหรือราคางานรับรถทุกแบบไม่ได้ ถ้าล้อล็อก ทางแคบ รถดัดแปลง หรือมีที่ลงรถจำกัด ต้องให้ผู้ให้บริการดูข้อมูลจริงก่อนว่าจะขนย้ายอย่างไรและคิดราคาเท่าไร อู่ควรตกลงรายการงานและค่าใช้จ่ายให้ชัดก่อนแจ้งราคาสุดท้ายกับลูกค้า

ขั้นตอนที่ 5 ส่งใบสั่งงานให้ทุกฝ่าย

เมื่อข้อมูลครบ ให้คนประสานงานของอู่ส่งรายละเอียดชุดเดียวกันให้ลูกค้า คนขับรถลาก และคนรับรถที่อู่ ระบุเลขงาน ทะเบียน จุดรับ จุดส่ง เวลานัด ชื่อคนส่งและคนรับ เบอร์ติดต่อ สภาพรถ และงานที่อนุมัติให้ทำ

ถ้ามีอะไรเปลี่ยน ให้แก้ข้อมูลชุดนั้นพร้อมระบุเวลา แล้วส่งให้ทุกฝ่ายอีกครั้ง อย่าบอกเปลี่ยนอู่ทางโทรศัพท์แล้วลืมแจ้งคนขับ หรือเปลี่ยนเวลารับโดยช่างที่อู่ไม่รู้ เพราะแต่ละฝ่ายอาจใช้ข้อมูลคนละชุด

ขั้นตอนที่ 6 ตรวจสภาพรถก่อนออกจากต้นทาง

ก่อนเคลื่อนย้าย ให้ผู้ส่งมอบกับผู้ให้บริการบันทึกสภาพรถที่มองเห็นได้ อู่อาจใช้รายการต่อไปนี้เป็นแนวทางร่วมกัน

  1. ภาพด้านหน้า หลัง ซ้าย และขวา
  2. ภาพล้อ กระจก กันชน และจุดเสียหายเดิม
  3. ภาพหน้าปัดและเลขไมล์หากเปิดระบบได้โดยไม่ฝืน
  4. รายการกุญแจ เอกสาร และของที่ส่งไปกับรถ
  5. จุดรับ วันเวลา และชื่อผู้ส่งมอบ
  6. ส่วนที่ยังตรวจไม่ได้ พร้อมเหตุผล เช่น เปิดรถไม่ได้หรือบริเวณจอดมืด

การบันทึกควรเขียนว่า “พบรอยที่ประตูซ้าย” หรือ “ไม่สามารถเปิดรถเพื่อตรวจภายใน” แทนข้อความกว้าง ๆ เช่น “รถปกติ” เพราะการตรวจภายนอกไม่ได้ยืนยันว่าส่วนที่มองไม่เห็นไม่มีความเสียหาย

ขั้นตอนที่ 7 เตรียมอู่ก่อนรถมาถึง

แจ้งช่างว่ารถจะมาถึงประมาณกี่โมง และเคลียร์จุดลงรถไว้ให้ว่าง ตรวจว่าพื้นเหมาะให้นำรถลงและมีที่พอสำหรับทำงาน ถ้าล้อไม่หมุน เบรกปลดไม่ได้ หรือช่วงล่างเสีย ต้องบอกช่างไว้ก่อน จะได้เตรียมจุดลงให้พร้อมและไม่ต้องย้ายรถซ้ำ

ดูว่าประตูอู่กว้างและสูงพอหรือไม่ มีรถคันอื่นขวางในเวลานัดไหม และหลังลงรถแล้วจะจอดเก็บได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากรถมาถึงหลังอู่ปิด ต้องระบุชื่อคนที่มารับนอกเวลา อย่าให้คนขับเลือกที่จอดเอง

ขั้นตอนที่ 8 รับมอบและตรวจรถที่อู่

เมื่อรถมาถึง ให้ช่างรับรถตรวจทะเบียนและรหัสงานก่อนนำรถลง แล้วตรวจสภาพร่วมกับผู้ให้บริการเท่าที่ทำได้ พร้อมบันทึกรายละเอียดต่อไปนี้

  • เวลาและตำแหน่งรับมอบ
  • สภาพภายนอกเทียบกับภาพต้นทาง
  • กุญแจ เอกสาร และสิ่งของที่รับมา
  • จุดเสียหายหรือข้อสังเกตที่พบเพิ่ม
  • ตำแหน่งจอดหลังส่งมอบ
  • ชื่อผู้ส่งและผู้รับ

หากพบสภาพรถต่างจากภาพต้นทาง อย่ารีบสรุปว่าเกิดระหว่างขนย้าย ให้บันทึกภาพและข้อเท็จจริง แล้วแจ้งผู้ประสานงานเพื่อตรวจหลักฐานจากทั้งต้นทางและปลายทาง

ขั้นตอนที่ 9 แจ้งลูกค้าและแยกการรับรถจากการอนุมัติซ่อม

เมื่อรถถึงแล้ว ให้แจ้งลูกค้าพร้อมภาพ จุดจอด และรายการของที่รับมาด้วย จากนั้นจึงนัดตรวจหาสาเหตุและเสนอราคาซ่อมแยกอีกครั้ง

ลูกค้าที่อนุญาตให้ย้ายรถมาอู่ยังไม่ได้อนุญาตให้ซ่อมทุกอย่าง ควรแยกใบรับรถ ใบตรวจ และใบอนุมัติซ่อมให้ชัด ลูกค้าจะได้รู้ว่าตกลงงานใดไปแล้ว ต้องจ่ายอะไรบ้าง และยังมีรายการไหนที่ต้องขออนุมัติก่อนซ่อม

เช็กลิสต์สำหรับพนักงานหน้าเคาน์เตอร์

ก่อนสั่งรถลาก ให้เช็กว่าดำเนินการครบทุกข้อที่เกี่ยวข้องแล้ว

  • เปิดรหัสงานและระบุผู้ประสานงานแล้ว
  • ยืนยันแล้วว่าใครอนุญาตให้ย้ายรถ
  • มีทะเบียน รุ่นรถ พิกัด และภาพหน้างานแล้ว
  • รู้แล้วว่ามีกุญแจหรือไม่ ล้อ เกียร์ และเบรกเป็นอย่างไร และรถเสียหายตรงไหน
  • ผู้ให้บริการดูข้อมูลรถและหน้างานแล้ว และยืนยันวิธีขนย้ายแล้ว
  • ลูกค้ารู้แล้วว่างานรวมอะไร ใครจ่าย และกรณีใดต้องประเมินราคาใหม่
  • ระบุอู่ปลายทาง จุดลงรถ และผู้รับแล้ว
  • ช่างรับรถทราบเวลาและสภาพรถแล้ว
  • ตกลงแล้วว่าจะถ่ายภาพและบันทึกอะไรบ้างก่อนรับรถ ระหว่างทาง และเมื่อส่งถึงอู่

ใช้ SUMO รับรถลูกค้าให้อู่ เริ่มอย่างไร

ส่งใบสรุปงานพร้อมหมุด ภาพ สภาพรถและล้อ ทางเข้าที่อาจติดขัด จุดลงรถ และชื่อคนรับให้ผู้ให้บริการก่อนนัดรับ แล้วรอยืนยันว่าจะใช้รถแบบใด ทำงานส่วนไหนบ้าง และราคาเท่าไร

ต้องยืนยันก่อนว่ารับงานในพื้นที่นั้นได้หรือไม่ ส่วนบัญชีธุรกิจ การวางบิล การให้เวลาชำระเงินภายหลังหรือเครดิตเทอม การรับงานประจำ และข้อตกลงว่าใครรับผิดชอบอะไร ต้องตกลงกับผู้ให้บริการเป็นรายกรณี เนื้อหาในบทความนี้ไม่ใช่ข้อเสนอหรือเงื่อนไขทางการค้า

ก่อนส่งรถให้ช่างตรวจ เช็กว่าบันทึกเวลารับรถไว้แล้ว และมีภาพสภาพรถ รายการกุญแจและของที่มาด้วย ชื่อคนส่งกับคนรับ และจุดจอดครบแล้ว เก็บหลักฐานรับรถแยกจากผลตรวจและใบอนุมัติซ่อม หากลูกค้าถามภายหลังจะได้ค้นได้ว่าแต่ละช่วงเกิดอะไรขึ้น

📘 Facebook: fb.com/sumo.roadside
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐เว็บไซต์: https://www.sumoroadside.co.th