หากกรณีเมื่อรถของคุณเกิดปัญหาจนไม่สามารถขับหรือเคลื่อนที่ต่อไปได้ การตัดสินใจเลือกใช้บริการรถสไลด์หรือรถลากจูง จึงเป็นบริการที่เหมาะกับการใช้สำหรับเคลื่อนย้ายรถยนต์เมื่อเกิดเหตุขัดข้องหรืออุบัติเหตุ บางทีอาจจะสงสัยว่าทั้งสองแบบต่างกันแค่ไหน แล้วควรเลือกแบบไหนดี ถึงเหมือนกับรถของเราเองบ้าง?
รถสไลด์

รถสไลด์ หรือ รถยกรถ จะใช้แพลตฟอร์มที่สามารถยกตัวรถขึ้นมาจากพื้นได้ ทำให้ตัวรถไม่สัมผัสกับพื้นถนนโดยตรง ช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับช่วงล่าง ระบบขับเคลื่อน และส่วนอื่น ๆ ของรถได้เป็นอย่างดี ประเภทนี้ใช้สำหรับการขนส่งรถยนต์ขึ้นไปบนพื้นที่ยก โดยมีลักษณะเป็นพื้นเรียบเอียง 45 องศา เหมาะสำหรับ
- รถที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง เช่น รถเสียหายหนัก ล้อล็อค ขับเคลื่อนไม่ได้
- รถยนต์ราคาสูง หรือ รถยนต์คันหรู
- รถโหลดต่ำ เช่น รถสปอร์ต รถแต่ง
- รถที่ต้องการความปลอดภัยสูง เช่น รถแข่ง รถคลาสสิค
รถลากจูง
รถลากจูง หรือ รถลาก รถลากจูงจะใช้สายเคเบิลหรือเหล็กคันโยกมาผูกติดกับรถที่เสีย มีลักษณะเป็นแท่นลาก ยึดติดกับล้อคู่หน้า แล้วลากไปยังจุดหมายปลายทาง โดยตัวรถส่วนหนึ่งจะยังคงสัมผัสกับพื้นถนน มักใช้สำหรับการลากจูงรถยนต์ไปยังจุดหมายปลายทาง เหมาะสำหรับ
- รถที่ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง เช่น แบตเตอรี่หมด น้ำมันหมด ยางแบน
- รถยนต์ทั่วไป ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังมากเป็นพิเศษ
- การขนส่งระยะทางใกล้
- ราคาค่าบริการถูกกว่ารถสไลด์
รถสไลด์ รถลากจูง เลือกแบบไหนดี ?
หากรถยนต์ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง เช่น เสียหายหนัก ขับเคลื่อนไม่ได้ หรือ ต้องการเดินทางในระยะไกลและใช้เวลานาน ควรเลือกใช้ รถสไลด์เพื่อความปลอดภัย
หากรถยนต์ยังสามารถเคลื่อนไหวได้ เช่น แบตเตอรี่หมด น้ำมันหมด ยางแบน กรณีอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆ หรือ การขนส่งรถในระยะใกล้ สามารถเลือกใช้ รถลากจูง เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายได้
ใช้บริการรถสไลด์และรถลากจูงอย่างไรให้ปลอดภัย ?

- เลือกใช้บริการจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ มีใบอนุญาตประกอบการ และมีประกันภัย
- แจ้งรายละเอียดรถยนต์อย่างครบถ้วน เช่น ยี่ห้อ รุ่น สภาพรถ น้ำหนัก
- สอบถามราคาค่าบริการล่วงหน้า และตกลงราคาก่อนใช้บริการ
- ตรวจสอบสภาพรถยนต์หลังจากขนส่ง ดูรอยขีดข่วน หรือความเสียหายอื่นๆ
- เก็บหลักฐานการใช้บริการ เช่น ใบเสร็จ ใบรับรองการขนส่ง เพื่อใช้ในการเคลมประกันภัย
ดังนั้น การเลือกใช้บริการรถสไลด์หรือรถลากจูงให้เหมาะสมกับปัญหาที่เจอนั้น จะช่วยให้สามารถประหยัดเวลา ประหยัดเงิน และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น โดยพิจารณาจากสภาพรถยนต์ จุดประสงค์การใช้งาน และเลือกใช้บริการจากบริษัทที่น่าเชื่อถือ หากไม่แน่ใจว่าควรเลือกใช้บริการแบบใด ควรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากบริษัทผู้ให้บริการรถยก เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมจะดีที่สุด


