สายด่วนเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง
รถความร้อนขึ้น ขับต่อได้ไหม ทำยังไงได้บ้าง

รถความร้อนขึ้น ขับต่อได้ไหม? ทำยังไงได้บ้าง?

การขับรถบนท้องถนนไม่ว่าจะเป็นทางใกล้หรือไกล หนึ่งในปัญหาที่อาจเกิดขึ้นบ่อยๆที่หลายคนพบนอกจากยางรั่วแล้วก็คือ “เครื่องยนต์ร้อนเกินไป” หรือที่หลายคนเรียกว่า “รถความร้อนขึ้น” อาการนี้อาจทำให้หลายคนตกใจและไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรต่อไป บางคนอาจเลือกขับต่อเพราะคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ในความเป็นจริง การฝืนขับขณะที่เครื่องยนต์ร้อนเกินไปอาจสร้างความเสียหายร้ายแรงให้กับระบบเครื่องยนต์ และอาจนำไปสู่ค่าซ่อมที่สูงเกินคาด

วันนี้เราจะมาช่วยให้คุณเข้าใจถึงสาเหตุของรถความร้อนขึ้น อาการที่ควรสังเกต วิธีรับมืออย่างถูกต้อง และแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดปัญหานี้ขึ้นในอนาคต เพื่อให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น

สัญญาณเตือนเมื่อรถมีความร้อนสูง

สัญญาณเตือนเมื่อรถมีความร้อนสูงเกินไป

อุณหภูมิของเครื่องยนต์เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานของรถ หากรถของคุณมีอาการความร้อนขึ้น คุณอาจสังเกตเห็นสัญญาณต่าง ๆ เช่น

  • เข็มวัดอุณหภูมิบนหน้าปัดพุ่งสูงขึ้น
  • มีไอน้ำพุ่งออกจากฝากระโปรงหน้า
  • เครื่องยนต์มีกลิ่นไหม้หรือได้กลิ่นน้ำหล่อเย็น
  • เครื่องยนต์เริ่มมีอาการสะดุดหรือเร่งไม่ขึ้น

หากพบสัญญาณเหล่านี้ สิ่งที่คุณควรทำต่อไปคืออะไร? และคุณสามารถขับรถต่อได้หรือไม่?

ขับต่อได้ไหมเมื่อรถมีความร้อนขึ้น?

คำตอบคือ ไม่ควร ขับต่อไป เพราะอาจส่งผลให้เครื่องยนต์เกิดความเสียหายร้ายแรง เช่น ฝาสูบโก่ง หรือเครื่องยนต์น็อกได้ หากพบว่ารถมีอาการความร้อนสูงเกินไป ควรจอดรถทันทีเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ควรทำอย่างไรเมื่อรถความร้อนขึ้น?

หากพบว่ารถของคุณมีอาการความร้อนขึ้น ให้ทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. หยุดรถในที่ปลอดภัย

เมื่อเห็นว่าอุณหภูมิเครื่องยนต์สูงผิดปกติ ควรหาที่จอดรถในที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการจอดขวางการจราจร และดับเครื่องยนต์ทันที

2. เปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อน

หลังจากดับเครื่องยนต์แล้ว ให้เปิดฝากระโปรงหน้าเพื่อช่วยให้ความร้อนกระจายตัวได้เร็วขึ้น แต่ อย่าเพิ่งเปิดฝาหม้อน้ำ ในขณะที่เครื่องยนต์ยังร้อน เพราะอาจเกิดไอน้ำหรือน้ำร้อนพุ่งขึ้นมา ทำให้เกิดอันตรายได้

3. ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น

หลังจากรอให้เครื่องยนต์เย็นลงแล้ว (ประมาณ 20-30 นาที) ให้ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำ หากพบว่าน้ำหล่อเย็นลดลงมาก อาจมีการรั่วซึมหรือระบบระบายความร้อนทำงานผิดปกติ

4. เติมน้ำหล่อเย็นหรือน้ำสะอาด (หากจำเป็น)

หากพบว่าน้ำหล่อเย็นในหม้อน้ำลดลง สามารถเติมน้ำหล่อเย็นหรือน้ำสะอาดลงไปชั่วคราวเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าหม้อน้ำเย็นลงแล้วก่อนเปิดฝาหม้อน้ำ

5. ตรวจสอบพัดลมระบายความร้อน

พัดลมหม้อน้ำมีหน้าที่ช่วยระบายความร้อนของเครื่องยนต์ หากพัดลมไม่ทำงาน อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องยนต์ร้อนขึ้นได้ ลองเช็กว่าพัดลมทำงานตามปกติหรือไม่

6. ตรวจสอบท่อยางและระบบระบายความร้อน

ตรวจสอบว่ามีท่อยางหม้อน้ำฉีกขาดหรือไม่ รวมถึงเช็กว่ามีรอยรั่วหรือการรั่วซึมของน้ำหล่อเย็นตามข้อต่อและบริเวณต่าง ๆ หรือไม่

7. เรียกช่างหรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน

หากลองทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังพบปัญหา ควรติดต่อช่างหรือศูนย์บริการเพื่อตรวจสอบและแก้ไขปัญหาให้ถูกต้อง ไม่ควรฝืนขับรถต่อไปเพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายรุนแรง

วิธีป้องกันไม่ให้รถความร้อนขึ้น

เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ คุณสามารถดูแลรักษารถของคุณได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นเป็นประจำ อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
  • เปลี่ยนน้ำหล่อเย็นตามระยะที่กำหนด โดยปกติควรเปลี่ยนทุก 40,000 – 60,000 กิโลเมตร
  • เช็กสภาพหม้อน้ำและท่อยาง ว่ามีการรั่วซึมหรือชำรุดหรือไม่
  • ตรวจสอบพัดลมหม้อน้ำ ว่ายังทำงานได้ปกติหรือไม่
  • ]เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามกำหนด เพราะน้ำมันเครื่องมีส่วนช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์
  • อย่าฝืนขับรถที่มีอาการผิดปกติ เช่น เครื่องยนต์ร้อนเกินไปหรือมีไอน้ำออกจากฝากระโปรง

หากรถของคุณมีอาการความร้อนขึ้น ไม่ควรขับต่อไป เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายร้ายแรงได้ ควรหยุดรถในที่ปลอดภัย เปิดฝากระโปรงเพื่อระบายความร้อน และตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็น หากพบปัญหาเพิ่มเติมควรเรียกช่างมาตรวจสอบ การดูแลรักษาระบบระบายความร้อนของรถอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดโอกาสที่รถจะเกิดปัญหาความร้อนขึ้นในอนาคตและถ้ารถมีปัญหาต้องการย้ายรถอย่าลืมนึกถึง sumoroadside เพียงโทร. 092-996-8888 บริการรวดเร็วทันใจลูกค้าแน่นอน