เรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง
โทรเรียกรถสไลด์ 24 ชั่วโมง 092-996-8888 ฝ่ายบริการลูกค้า 24 ชั่วโมง
รถบรรทุกสิบล้อเสียกลางทางต้องใช้รถลากแบบไหน

รถบรรทุกสิบล้อเสียกลางทางต้องใช้รถลากแบบไหน กู้ซากอย่างไรให้ปลอดภัยไม่กีดขวางจราจร

คนทำธุรกิจขนส่งหรือพี่น้องคนขับรถบรรทุกย่อมรู้ดีว่า ฝันร้ายที่สุดคือการที่รถสิบล้อของเราไปจอดเสียตายสนิทอยู่กลางถนน โดยเฉพาะบนทางด่วนหรือจุดที่รถวิ่งกันเร็วๆ จังหวะแบบนั้นความเครียดมาเต็มแน่นอนครับ เพราะรถเราคันใหญ่ กีดขวางเลนจราจรชัดเจน และเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุรุนแรงได้ทุกวินาที แถมหนีไม่พ้นโดนคนผ่านไปมาด่าในใจอีก

ปัญหามันไม่ได้จบแค่รถเสีย แต่โจทย์ยากคือจะเอา “สิบล้อที่จอดเสีย” คันนี้ออกจากถนนยังไงให้เร็วและปลอดภัยที่สุด การเรียกรถลากผิดประเภทมาใช้งาน นอกจากจะลากไม่ไปแล้ว อาจทำให้ระบบเกียร์หรือช่วงล่างของรถราคาแพงพังเสียหายหนักกว่าเดิมได้ บทความนี้เราเลยจะเจาะลึกสิ่งที่คนหน้างานต้องรู้จริงๆ ครับ ตั้งแต่สิ่งที่ต้องทำทันทีเพื่อกันรถชนท้าย ไปจนถึงวิธีเลือกรถกู้ภัยที่รับน้ำหนักสิบล้อได้จริง และเทคนิคการลากจูงที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณเคลียร์ปัญหาได้ไว ไม่ต้องเสียเงินซ่อมรถบานปลายทีหลัง

สิ่งแรกที่ต้องทำทันทีเพื่อความปลอดภัยใน 5 นาทีแรก

เมื่อรถหยุดนิ่งกะทันหัน พื้นที่รอบรถจะกลายเป็นโซนอันตรายทันที สิ่งที่คุณต้องโฟกัสก่อนจะโทรหาช่างคือการทำให้ตัวเองและรถคันอื่นปลอดภัย

เริ่มจากการเปิดไฟฉุกเฉินทันทีเพื่อให้รถคันหลังรู้ว่ารถเราผิดปกติ จากนั้นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการวางป้ายสามเหลี่ยมเตือน หรือวัสดุที่สะท้อนแสงชัดเจน โดยระยะห่างต้องดูตามสภาพถนนครับ ถ้าเป็นถนนทั่วไปให้วางห่างท้ายรถประมาณ 50 ถึง 100 เมตร แต่ถ้าอยู่บนทางด่วนที่รถวิ่งกันเร็วมาก ต้องวางไกลออกไปถึง 150 หรือ 200 เมตร เพื่อให้รถคันหลังมีเวลาแตะเบรกหรือเปลี่ยนเลนได้ทัน ข้อนี้สำคัญมากโดยเฉพาะตอนกลางคืนที่แสงสว่างไม่ค่อยมีมองทางไม่ค่อยเห็น

ในกรณีที่รถยังพอมีแรงเฉื่อยเหลืออยู่ ให้พยายามประคองพวงมาลัยพารถเข้าไหล่ทางหรือชิดซ้ายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ถ้ารถตายสนิทกลางเลน ห้ามลงมายืนโบกรถท้ายรถเด็ดขาดครับ ให้หลบออกไปอยู่นอกแนวกั้นถนนรอจนกว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยจะมาถึง

Heavy Duty Tow Truck

รถลากแบบไหนถึงจะเอารถสิบล้ออยู่

รถบรรทุกสิบล้อน้ำหนักตัวเปล่าก็ปาเข้าไปเป็นสิบตันแล้ว ถ้ารวมของที่บรรทุกมาด้วยอาจจะพุ่งไปถึง 25 ตัน ดังนั้นรถลากทั่วไปเอาไม่อยู่แน่นอนครับ ต้องเลือกใช้รถเฉพาะทางเท่านั้น

รถยกแบบเฮฟวี่ดิวตี้ (Heavy Duty Tow Truck) หรือที่เราเรียกกันว่ารถบูมใหญ่ รถประเภทนี้เหมาะมากกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เช่น รถบรรทุกตกข้างทาง พลิกคว่ำ หรือตกหล่มลึก เพราะมันมีแขนเครนและรอกสลิงที่มีกำลังมหาศาลไว้สำหรับดึงหรือยกรถให้กลับขึ้นมาบนถนนก่อน แล้วค่อยทำการลากจูงต่อไป

รถลากแบบยกส่วน (Wheel-Lift) สำหรับการลากจูงระยะไกลบนถนนปกติ รถแบบยกส่วนจะตอบโจทย์ที่สุด โดยรถลากจะสอดแขนเหล็กเข้าไปใต้กันชนเพื่อช้อนล้อคู่หน้าหรือหลังขึ้นจากพื้น วิธีนี้จะช่วยถ่ายเทน้ำหนักบางส่วนไปยังรถลาก ทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่าย และที่สำคัญคือช่วยป้องกันกันชนหน้าเสียหายจากการเสียดสีกับสลิง

ส่วน รถสไลด์ ที่เราเห็นกันบ่อยๆ นั้น ส่วนใหญ่ออกแบบมาสำหรับรถเก๋งหรือรถกระบะที่น้ำหนักไม่กี่ตันครับ การฝืนเอารถสิบล้อขึ้นรถสไลด์นอกจากจะขึ้นไม่ได้แล้ว อาจทำให้ระบบไฮดรอลิกของรถสไลด์พัง หรือเกิดอุบัติเหตุรถไหลตกระหว่างขนย้ายได้ จึงไม่แนะนำเด็ดขาด

ขั้นตอนการกู้ซากแบบมืออาชีพที่ต้องรู้

การลากรถใหญ่มีรายละเอียดทางเทคนิคที่ถ้าพลาดนิดเดียวคือ “รถพัง” ครับ นี่คือสิ่งที่ทีมกู้ภัยมืออาชีพต้องทำ

ต้องถอดเพลากลางออกก่อนเสมอ นี่คือกฎเหล็กของการลากรถบรรทุกครับ ถ้าล้อขับเคลื่อนยังหมุนอยู่บนพื้นโดยที่เครื่องยนต์ไม่ได้ทำงาน ปั๊มน้ำมันเกียร์ก็จะไม่ทำงานตามไปด้วย ผลที่ตามมาคือชุดเกียร์จะหมุนโดยไม่มีน้ำมันหล่อเลี้ยง ทำให้เกียร์ไหม้และพังทั้งลูกได้ในระยะทางสั้นๆ ช่างจึงต้องมุดเข้าไปถอดเพลากลางออกก่อนลากทุกครั้ง

การจัดการระบบลมเบรก รถบรรทุกใช้ระบบลมในการเบรก เมื่อเครื่องดับ ปั๊มลมไม่ทำงาน เบรกจะล็อกตายอัตโนมัติ รถลากมืออาชีพจะต้องมีอุปกรณ์สำหรับต่อสายลมจากรถลาก เข้าไปเลี้ยงระบบเบรกของรถบรรทุกที่เสีย เพื่อปลดล็อกเบรกให้ล้อหมุนได้ และยังช่วยให้คนขับรถลากสามารถสั่งการเบรกของรถพ่วงได้ด้วย เพื่อความปลอดภัยเวลาลงเนินหรือหยุดรถจุดยึดลากต้องถูกต้อง การเอาโซ่ไปคล้องมั่วๆ เช่น ไปเกี่ยวที่คันส่งคันชัก หรือกันชน อาจทำให้ช่วงล่างพังยับเยินได้ จุดยึดที่ถูกต้องต้องเป็นตะขอลากจูงที่ติดกับคัสซีหลัก หรือตำแหน่งที่ผู้ผลิตกำหนดไว้เท่านั้น เพื่อให้รับแรงดึงมหาศาลได้โดยโครงสร้างไม่บิดเบี้ยว

กฎหมายจราจรที่ต้องระวัง

กฎหมายจราจรที่ต้องระวัง

เรื่องความปลอดภัยและกฎหมายเป็นของคู่กันครับ รถที่ลากจูงต้องเปิดไฟสัญญาณวับวาบสีเหลืองตลอดเวลา และต้องติดธงแดงหรือป้ายเตือนที่จุดเชื่อมต่อลากจูงเพื่อให้รถคันอื่นเห็นระยะห่างชัดเจน

เรื่องความเร็วก็สำคัญมาก กฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยกำหนดให้ใช้ความเร็วต่ำ โดยทั่วไปไม่ควรเกิน 30 หรือ 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพราะถ้าวิ่งเร็วกว่านี้ รถส่วนพ่วงด้านหลังอาจเกิดอาการส่ายไปมาจนเสียหลักพลิกคว่ำได้ง่ายๆ

การเตรียมพร้อมคือทางรอดที่ดีที่สุด

เมื่อรถบรรทุกสิบล้อเสียกลางทาง สิ่งที่คุณต้องการไม่ใช่แค่รถลากอะไรก็ได้ แต่คือทีมงานมืออาชีพที่เข้าใจระบบวิศวกรรมของรถใหญ่ ทั้งเรื่องการถอดเพลาและระบบลมเบรก การเลือกใช้บริการที่ราคาถูกแต่ขาดความรู้ อาจแลกมาด้วยค่าซ่อมเกียร์หลักแสนในภายหลัง

ดังนั้นผู้ประกอบการควรทำการบ้านล่วงหน้า หารายชื่อบริษัทรถลากที่มีรถเฮฟวี่ดิวตี้และเครื่องมือครบครัน เมมเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ในรถทุกคัน เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน คนขับจะได้โทรเรียกความช่วยเหลือได้ทันที วิธีนี้จะช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ และช่วยเปิดทางจราจรให้กลับมาใช้งานได้เร็วที่สุดครับ

📘 Facebook: fb.com/sumo.roadside 
📞 โทร: 092 996 8888
💬 LINE: @sumo.th
🌐 เว็บไซต์: https://www.sumoroadside.co.th